หลวงพ่อ: เพื่อวัด เพื่อบ้าน
คำปรารภ
เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๔๑ ที่ศาลาวัดบ้านกร่าง ระหว่างที่มีงานทำบุญอุทิศแด่หลวงพ่อพระเมธีธรรมสาร ประจำปี คุณสุจิต ปรีชาวิทย์ ได้ปรารภว่า วันทำบุญปีต่อไป จะครบ ๒๐ ปี นับแต่หลวงพ่อได้มรณภาพ อาตมภาพจึงกล่าวว่าเป็นโอกาสสำคัญ ซึ่งควรทำหนังสือที่ระลึกอีกครั้งหนึ่ง
ในการทำหนังสือที่ระลึกนั้น ใจมุ่งจะรวบรวมเรื่องเกี่ยวกับปฏิปทาและจริยาวัตรต่างๆ ของหลวงพ่อพระเมธีธรรมสาร ที่คนรุ่นหลังควรรู้และได้คติ ซึ่งอาตมภาพพอจะรู้อยู่ว่ามีมากและจะเป็นประโยชน์อย่างดี แต่เนื่องจากอาตมภาพมีความจำไม่ดี โดยเฉพาะเรื่องเก่าๆ จำไม่ค่อยได้ จึงหวังให้คุณสุจิต ปรีชาวิทย์ ผู้จำเรื่องได้มาก และอยู่ใกล้ชิดหลวงพ่อมากกว่า ช่วยรวบรวมเขียนให้
คุณสุจิต ปรีชาวิทย์ เห็นว่า อาจารย์ถาวร สิกขโกศล ซึ่งเป็นหลานของคุณสุจิตเอง และเป็นสัทธิวิหาริกคนหนึ่งของหลวงพ่อพระเมธีธรรมสาร นอกจากได้ใกล้ชิดหลวงพ่อแล้ว ยังเป็นผู้ใฝ่รู้ โดยเฉพาะสนใจเรื่องเก่าๆ ที่เป็นคติแห่งความดีงาม จำเรื่องไว้ได้มาก อีกทั้งมีความสามารถในการเขียนด้วย จึงได้มอบภาระนี้แก่อาจารย์ถาวร สิกขโกศล ซึ่งได้รวบรวมเขียนไปให้ ด้วยศรัทธาในหลวงพ่อ ในวัด และในพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งฉันทะที่จะทำให้เกิดประโยชน์ทางคุณธรรมและสติปัญญาแก่พระสงฆ์และประชาชนทั่วไป
ถ้าพูดอย่างภาษาของญาติโยม ก็เรียกว่าเป็นโชคดี เพราะอาตมภาพแม้จะมีความปรารถนา แต่ลำพังตัวเองไม่อาจทำให้สำเร็จได้เลย ผลที่ต้องการนี้ เกิดขึ้นจากความพอดีที่มีองค์ประกอบอันเอื้อเข้ามาประสาน คือต้องมีผู้เคยใกล้ชิดหลวงพ่อ ได้รู้เห็นเรื่องราวมามาก รู้จักจดจำได้ดี มีความสามารถที่จะเขียนเล่า และที่สำคัญยิ่ง คือมีศรัทธาและฉันทะ จึงทำให้ความคิดที่จะทำ เกิดเป็นงานที่สำเร็จผล
นอกจากนั้นยังมีความหมายเป็นอนุสรณ์อีกอย่างหนึ่งอยู่ในตัวด้วย กล่าวคือคุณสุจิต และอาจารย์ถาวร อยู่ในตระกูลที่ใกล้ชิดและอุปถัมภ์บำรุงวัดบ้านกร่างสืบมา เหมาะที่จะเป็นผู้เล่าเรื่อง และแสดงความสัมพันธ์นี้ไว้ อาตมภาพขออนุโมทนาคุณสุจิต ปรีชาวิทย์ และอาจารย์ถาวร สิกขโกศล ที่ได้เอาใจใส่ขวนขวายให้งานทำหนังสือนี้สำเร็จ โดยที่การอนุโมทนานี้มีความหมายโยงไปถึงการที่ว่า ผู้อยู่ในวงศ์ตระกูลที่ใกล้ชิดหลวงพ่อ ซึ่งได้สัมพันธ์กับวัดและพระศาสนาสืบมา ยังเป็นผู้ที่มีศรัทธาแน่นแฟ้น และฝักใฝ่ในธรรม ทั้งในเชิงความรู้ และการดำเนินชีวิต
ในการรวบรวมและเขียนเรื่องครั้งนี้ มีเวลาจำกัด ค่อนข้างกระชั้น ผู้ที่ทันรู้ ทันเห็น ได้ใกล้ชิดหลวงพ่อ หรือจำเรื่องราวเก่าๆ ได้ ยังมีอีกหลายท่าน ถ้ามีเวลามากเพียงพอ อาจารย์ถาวร คงจะสอบถามค้นคว้ารวบรวมเรื่องมาเขียนได้เพิ่มอีก จึงหวังไว้ก่อนว่า คงจะมีโอกาสได้ทำเช่นนั้นในกาลข้างหน้า
ความมุ่งหมายในการทำหนังสือนี้ มิใช่เพียงเพื่อให้รู้จักชีวิตของคนสมัยก่อน ว่าคนรุ่นเก่าเป็นอยู่กันอย่างไร และท้องถิ่นเคยเป็นอย่างไรเท่านั้น แต่ข้อสำคัญคือการที่จะรู้ว่าพระเถระในอดีต โดยเฉพาะในชนบท ประพฤติปฏิบัติพระธรรมวินัย มีความเป็นอยู่ส่วนตัว สั่งสอนอบรมลูกวัดลูกศิษย์ สงเคราะห์สัมพันธ์กับชาวบ้าน และดำรงรักษาพระพุทธศาสนากันมาอย่างไร รวมทั้งบทบาทและวิธีปฏิบัติของท่านต่อลัทธิความเชื่อถือของชาวบ้านในท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นเครื่องปลุกเร้า เตือนใจ และให้กำลังใจแก่พระสงฆ์ศาสนทายาท และคนยุคปัจจุบัน ในการที่จะถือเอาเป็นแบบอย่าง หรือเป็นแนวทาง อย่างน้อยก็ได้คติบางอย่างมาใช้ประโยชน์
ความจริง เรื่องของหลวงพ่อ โดยเฉพาะคติและวิธีปฏิบัติของท่าน (ซึ่งเป็นผู้มีชื่อว่าขลัง) ต่อเครื่องรางของขลัง ไสยศาสตร์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ยังมีแง่ที่น่ารู้อีกหลายอย่าง อาจจะต้องขอให้อาจารย์ถาวร และลูกศิษย์ที่เคยใกล้ชิดรวมมาเขียนเพิ่มอีก
เนื่องจากหลวงพ่อเน้นการอบรมสั่งสอนหรือการศึกษามาก โดยเฉพาะแก่พระเณรลูกวัดและลูกศิษย์ ซึ่งเป็นงานสืบพระศาสนาโดยตรง ตามคติการบวชเรียน จึงน่าจะนำตัวอย่างคำสอนของท่านมาลงไว้ แต่โดยมากไม่ได้บันทึกไว้ มีเหลือมาในเอกสารเพียงเล็กน้อย ซึ่งอาจารย์ถาวรได้คัดมาแทรกไว้ในเกร็ดประวัติ เมื่อระลึกถึงคำของคุณสุจิต ปรีชาวิทย์ ที่เคยขอไว้ว่า อยากจะพิมพ์คำสอนนาค จึงนำ “คำสอนนาค – สอนฑิต“ ของอาตมภาพเองมาลงพิมพ์ประกอบไว้ เพื่อให้เป็นประโยชน์ทางธรรมมากขึ้น
นอกจากเล่าเรื่องของหลวงพ่อและคำสอนของท่านแล้ว ก็เลยถือโอกาสรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับวัดบ้านกร่างไว้ให้มาอยู่ในที่เดียวกันด้วย คือประวัติวัดบ้านกร่าง ที่โยงไปหาเรื่องโบสถ์ วิหาร และพระเครื่อง ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ในด้านเป็นแหล่งข้อมูลความรู้ต่อไป
ในด้านบุคคล เข้าใจว่า ท่านที่รู้จักคุ้นเคยใกล้ชิดหลวงพ่อพระเมธีธรรมสารมานานที่สุด และยังมีชีวิตอยู่ คือ คุณโยมนาม พูนวัตถุ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คุณโยมนามรู้จักและอยู่ใกล้ชิดหลวงพ่อมานานที่สุด แต่ครั้งท่านยังอยู่วัดเทพธิดาราม และได้สนิทสนมกับหลวงพ่อตลอดมาจนท่านมรณภาพ แม้กระทั่งปัจจุบันที่หลวงพ่อมรณภาพไปนานแล้ว คุณโยมนาม ก็ยังไปเยี่ยมเยียนวัดบ้านกร่าง และร่วมงานอุทิศกุศลแก่หลวงพ่อสม่ำเสมอตลอดมา ในวาระนี้ จึงขอคำระลึกจากคุณโยมนาม พูนวัตถุ มาลงพิมพ์ไว้ด้วย ซึ่งจะช่วยให้หนังสือนี้สมเป็นหนังสือที่ระลึกยิ่งขึ้น
น่าเสียดายที่ไม่อาจหาภาพวัดและรูปถ่ายหลวงพ่อมากพอที่จะคัดเลือกลงพิมพ์ให้เหมาะใจได้ อาจเป็นเพราะไม่มีเวลาเพียงพอที่จะสืบหาจากคนเก่าๆ แต่กระนั้นก็ได้อาศัย พระครูสุนทรสีลสัมบัน เจ้าอาวาสวัดบ้านกร่าง องค์ปัจจุบัน และปลัดเลื่อน อยู่นันท์ ผู้เคยใกล้ชิดหลวงพ่อ ช่วยรวมมาให้จำนวนหนึ่ง
ส่วนสำคัญอย่างหนึ่งของหนังสือ คือภาพปก ซึ่งได้มีความติดขัดมาตลอด ในการพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับหลวงพ่อและวัดบ้านกร่าง ตั้งแต่ครั้งงานพระราชทานเพลิงศพ (๙ ม.ค. ๒๕๒๕) และงาน ๑๐๐ ปี พระเมธีธรรมสาร (๗ พ.ค. ๒๕๓๒) ซึ่งหาภาพปกไม่ได้ แต่คราวนี้ ขณะที่ยังขัดข้องอยู่ คุณพี่สกล สมบูรณ์วิทย์ สัทธิวิหาริกของหลวงพ่อรุ่น พ.ศ. ๒๕๐๐ ทราบปัญหาเข้า ได้รีบไปถ่ายภาพมาให้ทันที จึงมีภาพปกลงพิมพ์ด้วยในครั้งนี้ แม้จะเป็นภาพถ่ายใหม่ในปัจจุบัน แต่ก็ได้พยายามให้เป็นภาพของสิ่งเก่าๆ ครั้งหลวงพ่อพระเมธีธรรมสาร
ในการจัดทำต้นแบบหนังสือ พระครูปลัดปิฎกวัฒน์ (อินศร จินฺตาปญฺโญ) แห่งวัดญาณเวศกวัน ได้ช่วยเป็นธุระจัดเตรียม และได้รับความร่วมมือจากคุณนพพร โชคไพรศรี ผู้จัดการโรงพิมพ์สหธรรมิก ช่วยนำภาพไปจัดทำแบบปก ในเวลากระชั้นเร่งด่วน
ขออนุโมทนาทุกท่าน ที่กล่าวนามมาแล้ว ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจให้การจัดทำหนังสือ “หลวงพ่อ: เพื่อวัด เพื่อบ้าน” นี้ สำเร็จสมหมาย ส่วนข้อบกพร่องผิดพลาดที่คงจะมี ก็เป็นความรับผิดชอบของผู้จัดทำหนังสือนี้เอง ซึ่งหวังว่าท่านที่รู้หรือพบเห็นจะช่วยบอกให้ทราบ เพื่อแก้ไขปรับปรุงเมื่อมีโอกาสต่อไป
ขออุทิศบุญกุศลแห่งธรรมทานนี้ แด่หลวงพ่อพระเมธีธรรมสาร และหวังว่าธรรมทานนี้ จะอำนวยผล เป็นเครื่องส่งเสริมเพิ่มพูนภูมิธรรมภูมิปัญญาที่จะนำมาซึ่งสัมมาทัศนะ อันจะนำไปสู่สัมมาปฏิบัติ เพื่อประโยชน์สุขแก่ชีวิต แก่ชุมชน และแก่สังคมทั้งหมด พร้อมทั้งเป็นเครื่องเสริมสร้างความมั่นคงแพร่หลายแห่งพระสัทธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้ดำรงอยู่ยั่งยืนนาน
พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตโต)
๑๒ สิงหาคม ๒๕๔๒

No Comments
Comments are closed.