- (นำเรื่อง)
- (จริยธรรมที่เป็นมาและที่เป็นอยู่นั้น เป็นอย่างไร)
- (ปัญหาเกี่ยวกับคำว่า “มานะ” และ “อยาก”)
- (ผลเสียของ “มานะ”)
- (“ฉันทะ” และ “ตัณหา” กับหนทางแห่งการพัฒนา)
- (กิเลส ๓: ตัณหา มานะ ทิฐิ)
- (ใช้กุศลธรรมใด แทนกิเลสทั้งสาม)
- (หลักการพื้นฐานเพื่อการพัฒนาจริยธรรม)
- (จริยธรรมที่พึงระวัง)
- (คุณธรรมที่แฝงในนิสัยนักศึกษา)
- (คุณธรรมที่เป็นหลักสำคัญของประชาธิปไตย)
- (จริยธรรมเพื่อการแก้ไขปัญหาสังคม)
- (ความเชื่อที่งมงาย และการปฏิบัติที่งมงาย)
- (การเสพติดทางจิตใจ)
- (สภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ ผลกระทบต่อคนรุ่นใหม่)
- (บทสรุป)
จริยธรรมสำหรับคนรุ่นใหม่1
ขออำนวยพร ท่านประธานในที่ประชุม ท่านอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิและท่านผู้ใฝ่ธรรมทุกท่าน
วันนี้ นับว่าเป็นศุภวรดิถี คือ วันดี วันงามของชาวคณะครุศาสตร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้หมุนเวียนมาครบรอบวันสถาปนาหรือวันก่อตั้งคณะอีกครั้งหนึ่ง และทางคณะยังได้จัดกิจกรรมที่แสดงถึงความรำลึกคุณของท่านคณบดีท่านแรกที่เป็นผู้บริหารกิจการของคณะมาแต่เริ่มต้น นับว่าเป็นสิริมงคลทั้ง ๒ ประการ ประการแรกก็เป็นสิริมงคลโดยสมมติ คือเป็นไปตามกำหนดกาลเวลาที่เราตั้งขึ้นมาว่าเป็นวันสำคัญ ประการที่สอง เป็นสิริมงคลที่เกิดจากการกระทำความดีของท่านทั้งหลายนั่นเอง คือการแสดงกตัญญูกตเวทิตาธรรม ต่อท่านผู้ที่ได้เคยมีคุณความดีอันได้กระทำไว้ก่อนแล้ว
เพราะฉะนั้น อาตมภาพขออนุโมทนาในกุศลกรรมนี้ด้วย ซึ่งการอนุโมทนานี้ก็แยกได้เป็น ๓ ด้าน คือ
ประการที่ ๑ ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามหลักมงคล ๓๘ ประการ ข้อที่ ๓ คือหลักที่ว่าการบูชาบุคคลที่ควรบูชาเป็นอุดมงคล
ประการที่ ๒ เป็นการถือเอาโอกาสหรือเหตุการณ์สำคัญมาใช้ในทางที่มีประโยชน์ ในการจัดกิจกรรมที่เป็นไปในทางสร้างสรรค์ เกิดคุณค่าทางสติปัญญา และ
ประการที่ ๓ การกระทำเช่นนี้เป็นการสร้างแบบอย่างที่ดีไว้ให้เป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่คนรุ่นหลัง อย่างที่ทางพระท่านชอบใช้คำว่า แก่ปัจฉิมาชนตา
วันนี้ทางผู้จัดการประชุมได้กำหนดหัวข้อให้อาตมภาพพูดเรื่อง “คุณธรรมและจริยธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่” หัวข้อนี้เหมือนกับบอกว่า คุณธรรมหรือจริยธรรมที่มีอยู่แล้วไม่ดีหรือไม่เหมาะสม ก็เลยจะต้องหามาใหม่ คล้ายๆ ว่าจะบอกอย่างนี้ หรือเพลาลงมาหน่อยอาจจะบอกว่า จริยธรรมส่วนที่ใช้อยู่ คือไม่ใช่จริยธรรมอย่างกว้างๆ ทั้งหมด แต่จริยธรรมส่วนที่เราเลือกเอามาใช้นำมาปฏิบัติกันอยู่ อาจจะมีข้อบกพร่องไม่เหมาะสม ควรจะมาเลือกกันใหม่ หรืออย่างน้อยก็เป็นการเชิญชวนให้มาพิจารณาทบทวนกันว่า จริยธรรมที่ใช้ที่สอนกันอยู่เป็นอย่างไร ดีหรือไม่ดี เหมาะหรือไม่เหมาะ จะเอาอย่างไรกันต่อไป
การพิจารณาเกี่ยวกับสิ่งที่ผ่านมานั้นเป็นเรื่องมองอดีต ในการมองอดีตนี้ เราอาจจะเห็นว่ามีอะไรที่ไม่เหมาะสม มีข้อบกพร่องเป็นต้น ซึ่งจะทำให้เราต้องมีท่าทีต่ออดีตอย่างใดอย่างหนึ่ง ในที่นี้จึงควรจะกล่าวถึงท่าทีของจิตใจต่อเรื่องอดีตไว้
การที่เราพบเห็นข้อบกพร่องของอดีตนี้ มิใช่หมายความว่าเรามองหาข้อบกพร่องของอดีต เพื่อเอามาด่าว่าคนรุ่นก่อน แต่การที่เราทำอย่างนี้ก็เพราะเป็นวิสัยของคนที่ไม่ประมาท คือ ตามปกติคนที่ไม่ประมาทนั้น ย่อมคอยสำรวจตรวจตราตัวเองว่าตนมีอะไรบกพร่อง มีจุดอ่อนอะไรบ้าง แล้วก็พยายามแก้ไขปรับปรุงทำให้เกิดความดีงามเต็มเปี่ยมสมบูรณ์ ถ้าทำด้วยความรู้สึกอย่างนี้ แม้เราจะติว่าอดีตมีความบกพร่องอะไรบ้าง ก็ไม่มีปัญหา ไม่มีความเสียหาย และท่าทีอีกอย่างหนึ่งก็คือ
การมองอดีตที่บกพร่องนั้น โดยถือว่าเป็นเรื่องของเราเอง วัฒนธรรมที่เคยมีความผิดพลาดบกพร่องเกิดขึ้นบ้าง มีคนเก่าบางคนบางสมัยทำเสียหายไว้บ้างนั้น เป็นเนื้อเป็นหนังอยู่ในตัวของเราเอง ไม่ใช่คนอื่นพวกอื่น การมองอดีตไม่ใช่เรื่องของการที่จะไปด่าว่าใครๆ ที่ไหน แต่เป็นการพิจารณาทบทวนเรื่องภายในของตัวเราเอง การพิจารณาสำรวจตนเองนั้นเป็นสิ่งที่ดี มีแต่จะทำให้เกิดความเจริญก้าวหน้า ถ้าตั้งทัศนคติอย่างนี้ไว้แล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหา มีแต่จะก่อให้เกิดผลในทางที่ดี
นอกจากนั้น เรื่องเกี่ยวกับอดีตนั้นก็เป็นของเก่า ตามธรรมดาของเก่าก็เกิดจากการสั่งสม คือ มีประสบการณ์ ความสามารถ ความรู้ สติปัญญาของคนเก่าๆ ถ่ายทอดสืบต่อกันมามากมาย เป็นเหมือนคลังมรดก ซึ่งผู้ฉลาดจะสามารถสืบค้นเลือกสรรนำมาใช้ประโยชน์ได้ แต่ในเวลาเดียวกัน ในความเก่านั้นเอง เมื่อล่วงกาลผ่านเวลามานานๆ เข้า ก็ย่อมจะมีความเลอะเลื่อนเคลื่อนคลาดไปบ้าง เพราะฉะนั้นอีกด้านหนึ่งก็คือ เราจะต้องมีการตรวจตราชำระสะสางกันบ้างเป็นบางคราว ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้ได้ของเก่าที่บริสุทธิ์บริบูรณ์ เมื่อมองในแง่นี้ การที่จะมาพูดถึงความบกพร่องอะไรต่ออะไรของอดีตนั้น ก็ไม่ใช่ว่าเราพูดถึงอดีตในทางที่ไม่ดี แต่เราพูดเพื่อเราจะได้ของเก่าที่เรียบร้อยสมบูรณ์ ถูกต้องบริสุทธิ์ นี้ก็เป็นแง่คิดที่จะต้องนำมาใช้ในโอกาสนี้ด้วย
อนึ่ง การที่อาตมภาพมาพูดในวันนี้นั้น ก็มิใช่ว่าจะมาเสนอรูปสำเร็จของจริยธรรมและคุณธรรมสำหรับคนรุ่นใหม่ แต่เป็นเพียงว่าจะมาเสนอความคิดเห็น ในแนวทางที่เราจะได้ช่วยกันพิจารณาเพื่อหาจริยธรรมที่เหมาะสมต่อไป
คือว่าหน้าที่ในการที่จะวางจริยธรรมนั้นเป็นของร่วมกัน ไม่ใช่เป็นเรื่องของบุคคลผู้หนึ่งผู้เดียว และที่อาตมภาพจะพูดถึงจริยธรรมหรือคุณธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่นี้ ก็ไม่ใช่เป็นการพูดถึงคุณธรรมหรือจริยธรรมสำหรับผู้ที่จะเป็นเด็กและเยาวชนรุ่นต่อๆไปเท่านั้น แต่เป็นการพูดถึงเยาวชนรุ่นใหม่นั้นในฐานะเป็นคนที่จะรับผิดชอบสังคมต่อไป พูดอย่างง่ายๆ ก็คือ จะพูดถึงจริยธรรมของคนยุคต่อไปทั้งหมดทีเดียว ซึ่งเด็กที่จะเจริญเติบโตต่อไปนี้จะเป็นผู้รับผิดชอบ และเอาเยาวชนรุ่นใหม่นี้มาเป็นจุดเริ่มต้นของจริยธรรมที่เราพูดว่าของคนรุ่นใหม่นั้น

No Comments
Comments are closed.