- (นำเรื่อง)
- (จริยธรรมที่เป็นมาและที่เป็นอยู่นั้น เป็นอย่างไร)
- (ปัญหาเกี่ยวกับคำว่า “มานะ” และ “อยาก”)
- (ผลเสียของ “มานะ”)
- (“ฉันทะ” และ “ตัณหา” กับหนทางแห่งการพัฒนา)
- (กิเลส ๓: ตัณหา มานะ ทิฐิ)
- (ใช้กุศลธรรมใด แทนกิเลสทั้งสาม)
- (หลักการพื้นฐานเพื่อการพัฒนาจริยธรรม)
- (จริยธรรมที่พึงระวัง)
- (คุณธรรมที่แฝงในนิสัยนักศึกษา)
- (คุณธรรมที่เป็นหลักสำคัญของประชาธิปไตย)
- (จริยธรรมเพื่อการแก้ไขปัญหาสังคม)
- (ความเชื่อที่งมงาย และการปฏิบัติที่งมงาย)
- (การเสพติดทางจิตใจ)
- (สภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ ผลกระทบต่อคนรุ่นใหม่)
- (บทสรุป)
ต่อไปก็คือคุณธรรมที่แฝงอยู่ในนิสัยนักศึกษาหรือนิสัยพัฒนาตน ในนิสัยพัฒนาตนนั้น คุณธรรมตัวสำคัญก็คือปัญญา ดังได้กล่าวแล้วว่า คนที่มีนิสัยนักศึกษามุ่งพัฒนาตนนั้น เมื่อมีประสบการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง เขาก็มองในแง่ที่ว่า จะเลือกหาจับเอาอะไรมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้อย่างไร
การที่จะทำอย่างนี้ได้ก็ต้องมีปัญญา คือ ใช้ปัญญาที่จะแยกแยะเลือกเฟ้น
ยกตัวอย่างเช่นว่า เราไปประเทศที่เจริญหรือเห็นภาพในประเทศที่เจริญมีความหรูหรา ก็เป็นธรรมดาที่เราจะต้องตื่นเต้น เมื่อเกิดความตื่นเต้นแล้วก็มักจะรู้สึกว่า ถ้าทำอย่างนั้นได้ตัวเราก็คงจะโก้ดี แล้วก็คิดปรุงแต่งไป อยากจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ หรือคิดว่าถ้าเราทำอย่างนั้นก็จะเอามาอวดพวกตัวเองได้ ในกรณีเช่นนี้ ถ้ามีมานะเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ความรู้สึกนึกคิดอย่างนี้ก็เลยเจริญพอกพูน ประสบการณ์นั้นก็กลายเป็นเครื่องสนองมานะไป แต่ถ้ามีนิสัยนักศึกษานิสัยพัฒนาตน มีปัญญาที่จะแยกแยะเลือกเฟ้น ก็จะมีสติยั้งคิดขึ้นมา เมื่อมีสติยั้งคิดแล้ว ก็จะพิจารณาตามทางของเหตุผล ก็จะพิจารณาแม้แต่ประเทศที่เห็นว่าเจริญนั้น อย่างเช่น เห็นอเมริกาเจริญ ก็พิจารณาว่าอเมริกามีจุดดีอะไรบ้าง และที่ดีนั้นดีด้วยอะไร ทำไมจึงดีอย่างนั้น ทำไมจึงเจริญอย่างนี้ แล้วก็ต้องถามต่อไปอีกว่า นอกจากจุดดีแล้ว อเมริกามีจุดด้อยที่ไหนบ้าง อะไรจะนำอเมริกาไปสู่ความเสื่อมในวันข้างหน้า นี่เป็นข้อที่ควรพิจารณา และความเสื่อมนี้ก็แฝงอยู่ในอเมริกาปัจจุบันนี่เอง ซึ่งถ้าประเทศอเมริกาไม่ระวัง มันก็จะนำประเทศอเมริกาไปสู่ความเสื่อมอย่างแน่นอน หรือประเทศญี่ปุ่น ประเทศอะไรๆ ก็เหมือนกัน
เมื่อคนของเรามอง ก็ควรหัดมองสิ่งเหล่านี้ด้วยท่าทีอย่างที่กล่าวมา ไม่ใช่เพียงว่ามองเห็นสิ่งนั้นเขามีก็อยากจะมีตามเขาบ้างเท่านั้น แต่พอมองแล้วต้องคิดวิเคราะห์เลย ถ้าทำได้อย่างนี้ละก็ดี หมายความว่าเราจะต้องวิเคราะห์อเมริกา ข้อนี้เป็นสิ่งที่แน่นอน เพราะอเมริกาเป็นตัวอย่างที่เราตาม หรือถ้าจะตามญี่ปุ่นก็ต้องวิเคราะห์ญี่ปุ่น ที่จริงประเทศพวกนี้เขาไม่ค่อยประมาท เขาก็คอยสำรวจตัวเขาเองเหมือนกันว่ามีจุดดีจุดด้อยอะไร อะไรจะนำเขาไปสู่ความเสื่อม แต่เราไม่จำเป็นต้องรอฟังจากเขา เราควรตรวจสอบเขาเลย เพราะในประเทศที่เรียกว่าเจริญนั้น ปัจจุบันก็ย่อมมีทั้งเหตุที่ทำให้เจริญและเหตุที่จะทำให้เสื่อมปนๆ อยู่ด้วยกัน
ถ้าเราไม่รู้จักคิดวิเคราะห์ ก็อาจจะไปหยิบเอาส่วนที่จะเป็นเหตุให้เกิดความเสื่อมมา ไม่ได้ส่วนที่จะทำให้เจริญ ซึ่งมักจะพบได้มากในภาคที่เป็นอดีต เราวิเคราะห์ว่าประเทศอเมริกานี้ อะไรหนอทำให้เขามาเจริญอยู่ในปัจจุบัน แล้วต่อไปนี้อาจจะเสื่อมในด้านไหนบ้าง อะไรที่เป็นตัวที่จะทำให้เกิดความเสื่อมนั้นๆ ท่าทีต่อการรับการมองสิ่งต่างๆ จากภายนอก ควรจะเป็นไปในลักษณะนี้ การใช้ปัญญาด้วยท่าทีหรือในลักษณะเช่นนี้ ท่านเรียกว่า โยนิโสมนสิการ ถ้าไม่ใช้ปัญญาอย่างนี้ก็จะตกเป็นทาสของตัณหาและมานะต่อไปอย่างแน่นอน พอไปเห็นอะไรเข้า ตัณหาอยากก็ฟุ้งเฟ้อบำเรอตน อยากได้อยากมีอย่างนั้นๆ มานะมาก็อยากโก้อยากเด่นอวดใหญ่อวดโตไปเลย ไม่ได้อะไรที่เป็นสาระที่จะเป็นผลดีขึ้นมา
ปัญญาในแง่ที่เป็นโยนิโสมนสิการ ซึ่งอยู่ในนิสัยนักศึกษา หรือนิสัยพัฒนาตนนี้ ต้องถือว่าเป็นหลักสำคัญในจริยธรรมสำหรับการเผชิญและการรับวัฒนธรรมจากภายนอก ซึ่งเป็นเรื่องที่คนรุ่นใหม่เกี่ยวข้องอยู่อย่างมาก เราจะรับอะไรหรือไม่รับอะไร ก็จะต้องทำด้วยปัญญาที่พิจารณาแยกแยะเลือกเฟ้นทั้งสิ้น จะทำตามที่กิเลสจูงไปย่อมไม่มีผลดีเลย ตัวอย่างที่เด่นก็คือเรื่องมานะอีกนั่นแหละ จะใช้มานะในการรับวัฒนธรรมฝรั่งก็ไม่ดี จะใช้มานะในการไม่รับวัฒนธรรมฝรั่งก็ไม่ถูกต้อง เช่น ในการรับภาษาอังกฤษเข้ามาใช้
ภาษาอังกฤษนั้นเป็นภาษาที่อุดมสมบูรณ์มีคำศัพท์ใช้มากมาย เพราะเป็นภาษาที่เจริญเติบโตขึ้นด้วยการรับเอาภาษาอื่นๆ เข้าไปเป็นส่วนประกอบ มีทั้งภาษาตะวันออกและภาษาตะวันตกด้วยกัน มีทั้งภาษาโบราณและภาษาสมัยใหม่ สามารถสรรหาศัพท์มาเลือกใช้ให้ตรงกับความหมายที่ต้องการได้อย่างดี ในการที่คนไทยเราจะรับเอาภาษาอังกฤษนั้น ถ้าใช้มานะในการรับ ก็จะเลือกเอามาใช้แต่ถ้อยคำที่จะทำให้โก้เก๋อวดกันเท่านั้น จะไม่ได้สิ่งที่เป็นเนื้อหาสาระ แต่ถ้าใช้มานะในการไม่รับ ก็จะกลายเป็นถือดีว่านี่เป็นภาษาฝรั่ง ภาษาต่างชาติ เป็นวัฒนธรรมภายนอก ไม่ใช่ของไทย ฉันจะไม่ยอมใช้ เมื่อไม่ยอมรับเอาเข้ามาก็กลายเป็นสูญเสียประโยชน์ที่พึงได้ แต่ถ้าใช้โยนิโสมนสิการ ทั้งในการที่จะรับและไม่รับ ก็จะทำให้สามารถเลือกเอาสิ่งที่ดีมีประโยชน์เป็นสาระเข้ามาเสริมภาษาของตน ทำให้ภาษาไทยอุดมสมบูรณ์ขึ้น เช่นเดียวกับที่ภาษาอังกฤษได้รับประโยชน์เช่นนี้จากภาษาอื่นๆ

No Comments
Comments are closed.