(จริยธรรมเพื่อการแก้ไขปัญหาสังคม)

10 กรกฎาคม 2528

ข้อต่อไป ขอพูดรวมๆ ว่า สังคมไทยเรานี้ในปัจจุบันมีปัญหามากมายที่จะต้องแก้ไข ในเมื่อเป็นสังคมที่มีปัญหาจะต้องแก้ไข เราก็จะต้องมีจริยธรรมเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น จริยธรรมประเภทใดจะช่วยในการแก้ปัญหาสังคมของเราได้ดี เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ก็คือผู้รับผิดชอบในการแก้ปัญหาเหล่านี้ เราจะต้องเตรียมให้เขาเป็นผู้พร้อมที่จะแก้ไขปัญหาด้วยการสร้างให้เขามีจริยธรรมประเภทนั้น จริยธรรมที่ต้องการนั้นมีลักษณะอย่างหนึ่ง คือ เป็นจริยธรรมที่ทำให้คนเข้มแข็งในการสร้างสรรค์ ซึ่งก็จะสำเร็จได้ด้วยนิสัยนักศึกษานิสัยนักพัฒนาตน และด้วยคุณธรรมฝ่ายบวกที่จะต้องเน้นให้มากขึ้น ไม่ใช่เอาแค่คุณธรรมฝ่ายลบที่พูดมา แต่คู่ที่จะมาทำให้เขว ก็คือ ความเก่งกล้าในทางอวดโก้ ในการแสดงความฟุ้งเฟ้อมัวเมา ซึ่งมันอาจจะดูคล้ายกัน ดูเหมือนเป็นความเข้มแข็ง แต่ที่จริงคือความอ่อนแอที่ผิดพลาด

ฉะนั้นเราต้องการให้เข้มแข็งในการสร้างสรรค์ ไม่ใช่ให้เข้มแข็งเก่งกล้าในการแสดงความอวดโก้ แสดงความฟุ้งเฟ้อมัวเมา ลักษณะอีกด้านหนึ่งของจริยธรรมที่เราต้องการก็คือ ไม่ใช่จริยธรรมที่ทำให้คนย่นระย่อท้อถอย อาการอย่างหนึ่งของความย่นระย่อท้อถอย ก็คือ การรอคอยความช่วยเหลือ หวังพึ่งการดลบันดาลจากภายนอก

ในสังคมปัจจุบันนี้ น่าห่วงเหมือนกันว่าลักษณะเช่นนี้จะมีมาก และถ้าหากว่าผู้ใหญ่ในปัจจุบันมีสภาพนี้ เราจะพูดอย่างไรว่า เด็กเดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด ก็คงต้องถูกกัดแน่ๆ คือผู้ใหญ่เดี๋ยวนี้เดินไม่ถูก เดินไปในทางที่จะให้สุนัขกัด ถ้าพวกเรามีจริยธรรมในทางย่นระย่อท้อถอย ไม่สู้ ไม่สร้าง ไม่เป็นนักทำ คอยแต่หวังพึ่งปัจจัยภายนอกมาช่วยแก้ปัญหา แก้ทุกข์ รอคอยความช่วยเหลือ แก้ปัญหาด้วยสุรา การพนัน หวังพึ่งเทวดา การดลบันดาล การบวงสรวงต่างๆ สภาพเช่นนี้เป็นจริยธรรมแบบย่นระย่อท้อถอย เป็นสิ่งที่จะทำให้แก้ปัญหาได้ยาก

พุทธศาสนานั้นสอนให้เชื่อกรรม เชื่อกรรมคือเชื่อการกระทำว่าผลที่ต้องการจะสำเร็จได้ด้วยการกระทำ ให้มีความมั่นใจในการทำดี ถ้าเรามั่นใจในการทำความดี มันก็ส่งเสริมฉันทะ ซึ่งเป็นตัวการที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ในยุคสมัยนี้ ประเทศเราต้องรับความช่วยเหลือมาก ซึ่งก็เสี่ยงต่อการสร้างนิสัยรอความช่วยเหลือ ฉะนั้น ถ้าไม่ระวังให้ดี คนรุ่นใหม่ของเราก็จะมีความอ่อน ความด้อยทางจริยธรรม ในด้านที่มีลักษณะคอยรอความช่วยเหลือนี้

ทีนี้ทำอย่างไรเราจะแก้ได้ เราสามารถพูดได้ว่า สำหรับผู้ที่สามารถช่วยเหลือผู้อื่น ก็ต้องมีจริยธรรมที่จะไปช่วยเหลือเขา แต่สำหรับผู้ที่ถูกช่วยเหลือ ก็ต้องมีจริยธรรมว่า ไม่ว่าใครจะช่วยหรือไม่ช่วยฉันก็ตาม ฉันก็ต้องทำของฉันอย่างสุดฤทธิ์ สุดสติปัญญา หรือสุดความสามารถ ถ้าทำได้อย่างนี้ ถึงแม้ว่าจะยังเป็นผู้รับความช่วยเหลือ ก็จะยังสามารถรักษาจริยธรรมที่มีลักษณะเข้มแข็งในการสร้างสรรค์เอาไว้ได้ จริยธรรมอย่างนี้เกิดขึ้นได้ก็ด้วยอาศัยแนวทางที่อาตมภาพได้พูดมาแล้ว นี้เป็นข้อเสนอ

จริยธรรมสำหรับคนรุ่นใหม่

(คุณธรรมที่เป็นหลักสำคัญของประชาธิปไตย) (ความเชื่อที่งมงาย และการปฏิบัติที่งมงาย)

No Comments

Comments are closed.