คนเรานี้ มีศักยภาพทั้งทางดีและทางร้าย

7 มกราคม 2536

คนเรานี้ มีศักยภาพทั้งทางดีและทางร้าย

คนเรานี้มีธรรมชาติภายในที่จะพัฒนาไปได้ทั้งทางดีและทางชั่ว คือมนุษย์เป็นสัตว์ที่ฝึกได้และต้องฝึก มีทั้งธาตุดีและธาตุร้ายอยู่ในตัวเอง ซึ่งอาศัยสิ่งแวดล้อมมาเสริม

เรามีธรรมชาตินี้อยู่แล้ว เมื่อมีสิ่งภายนอกมากระตุ้นเร้า เช่นคนรอบด้านบ้าง วัตถุที่เสพสบพบเห็นบ้าง สภาพแวดล้อมต่างๆ ตลอดจนข่าวสารข้อมูลทั้งหลายมากระตุ้นมาเร้าให้ไปทางไหน ก็มักโน้มเอียงไปทางนั้น

หลักพุทธศาสนาจึงย้ำสอนว่าให้มีกัลยาณมิตร เริ่มแต่พ่อแม่ ครูอาจารย์ และคนทั้งหลายในสังคมที่อยู่ร่วมกัน ต้องเป็นมิตรดีต่อกัน

กัลยาณมิตรคือคนที่ปรารถนาดีต่อกัน อย่างในวัฒนธรรมไทยเรานี้ ท่านสอนให้มองกันเป็นญาติมิตร มองกันเป็นพี่เป็นน้อง คนแก่คนเฒ่าก็มองเด็กเป็นลูกหลาน คนเด็กหน่อยก็มองคนโตเป็นพี่ เป็นลุง เป็นป้า เป็นน้า เป็นอา ให้มีความรู้สึกและปฏิบัติต่อกันด้วยท่าทีที่มองกันอย่างนี้ จนกระทั่งกลายเป็นวัฒนธรรมไป ที่ว่านี้คือคุณธรรมแห่งเมตตากรุณา

ที่พูดนี้หมายความว่า แม้แต่ในการมองเพื่อนมนุษย์ ธรรมชาติภายในของคน ก็มีธาตุหรือศักยภาพทั้งฝ่ายดี และฝ่ายร้าย ซึ่งเตรียมพร้อมที่จะแสดงอิทธิพลออกมา

ถ้ามองดี สร้างความรู้สึกที่ถูกต้อง ธาตุฝ่ายดีก็ได้โอกาสมาชักนำใจให้มองเห็นเพื่อนมนุษย์หรือคนอื่นเป็นพี่เป็นน้อง หรือเป็นเพื่อนร่วมโลก เกิดเมตตาไมตรี

แต่ถ้ามองไม่ดี มีท่าทีไม่ถูกต้อง ก็เห็นเพื่อนมนุษย์ไม่เป็นเพื่อน หรือแม้แต่ไม่เป็นคน โดยเฉพาะธาตุหรือศักยภาพอีกด้านหนึ่งซึ่งพร้อมอยู่ในใจ ที่จะให้มนุษย์หญิงชายมองกันเป็นวัตถุเสพ ที่เรียกว่าเป็นกามวัตถุ คือเป็นวัตถุแห่งกาม หรือวัตถุเพื่อเสพกาม

ความรัก จากวาเลนไทน์ สู่ความเป็นไทย

วันแห่งความรักแท้ จะมองกันเป็นพี่น้อง หรือมองคนเป็นวัตถุเสพ

No Comments

Comments are closed.