ประโยชน์ส่วนตัว-ประโยชน์ส่วนรวม ร่วมประสานเสริมกัน

23 พฤษภาคม 2535
This entry is ส่วน 3 ของ 18 in the series สามไตร

ประโยชน์ส่วนตัว-ประโยชน์ส่วนรวม
ร่วมประสานเสริมกัน

อย่างญาติโยมที่อยู่ในเมืองลอสแองเจลิสนี้ โดยหน้าที่ต่อส่วนตัวก็แน่นอนว่า ทุกคนทํามาหาเลี้ยงชีพ หาทรัพย์สินเงินทอง สร้างชื่อเสียงเกียรติยศบ้าง สร้างฐานะความเป็นอยู่บ้าง ตลอดจนศึกษาวิชาความรู้ หรือถ้าเป็นพระสงฆ์ ก็พัฒนาธรรมพัฒนาปัญญา เป็นการพัฒนาตัวเองให้ชีวิตสมบูรณ์ขึ้น อย่างนี้เรียกว่าทําหน้าที่ต่อตนเอง

อีกด้านหนึ่งต่อผู้อื่น ต่อสังคม เราทุกคนก็มีหน้าที่ทั้งนั้น เมื่อเราอยู่ร่วมในสังคม เราก็เป็นสมาชิกของสังคม และจะต้องช่วยกัน หรือมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมนั้นให้มีความสงบสุข

ถ้าสังคมมีความสงบสุข เราก็พลอยอยู่สบาย ทําประโยชน์ตนได้ดีด้วย เพราะประโยชน์ตนกับประโยชน์ส่วนรวม หรือประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านนั้น อิงอาศัยซึ่งกันและกัน

ถ้าเราทําประโยชน์ตนให้ดี เช่น มีการศึกษา พัฒนาชีวิตขึ้นไป สร้างตัวดีแล้ว มีทรัพย์สินเงินทอง พึ่งตนเองได้ในทางเศรษฐกิจ และพึ่งตนเองได้ในทางสังคม พร้อมทั้งเป็นคนมีคุณธรรม มีสติปัญญาความสามารถ เราก็จะเป็นส่วนร่วมที่ดีของสังคม ช่วยทําให้สังคมเจริญก้าวหน้า ฉะนั้น ประโยชน์ตนจึงส่งเสริมประโยชน์ของสังคม

พร้อมกันนั้น เมื่อสังคมมีความเจริญงอกงามรุ่งเรืองสงบสุข มีความสะดวกสบายต่างๆ ก็ช่วยให้แต่ละคนเป็นอยู่ดี และมีโอกาสพัฒนาตนได้ดียิ่งขึ้นด้วย ประโยชน์สองอย่างนี้จึงอิงอาศัยซึ่งกันและกัน

เพราะฉะนั้น ในการปฏิบัติที่ถูกต้อง ถ้าเรารู้จักพัฒนาตัวเอง เราก็พัฒนาประโยชน์ส่วนรวมไปด้วย หน้าที่สองอย่างนี้เป็นสิ่งที่ชาวพุทธพึงปฏิบัติอยู่เสมอ

สามไตร

ความเป็นชาวพุทธ ความเป็นคนไทย ยึดเหนี่ยวจิตใจให้เรามารวมกัน ทําอย่างไรจะให้คนไทย มีความสามัคคีกว้างใหญ่ และยืนยาว

No Comments

Comments are closed.