อยู่กันด้วยความรักแท้ที่ยั่งยืน จะได้สุขสดชื่นตลอดไป

7 มกราคม 2536

อยู่กันด้วยความรักแท้ที่ยั่งยืน จะได้สุขสดชื่นตลอดไป

รวมความว่า มาฆบูชานี้มีคติหลายอย่าง วันนี้ได้ยกมาเน้นในจุดสำคัญ คือการที่จะให้คนไทยคำนึงถึงการหาความสุขแบบเห็นแก่ตัวให้น้อยลง แล้วคิดถึงการจะทำให้เพื่อนมนุษย์เป็นสุข เพื่อทำให้สังคมส่วนรวมของเราเจริญพัฒนาพ้นไปจากปัญหา โดยเฉพาะการมองคนเป็นคน ในขั้นที่มองเพื่อนมนุษย์ด้วยทัศนคติท่าทีเป็นญาติพี่น้อง อย่ามองกันเป็นเพียงกามวัตถุ หรือวัตถุเพื่อเสพกามเท่านั้น

แล้วก็ให้เด็กพัฒนาความรู้สึกและท่าทีแบบนี้ตั้งแต่เล็กๆ อยู่ในครอบครัว เหมือนอย่างที่เราเคยสอนกันมาในวัฒนธรรมไทย พบคนโน้นคนนี้ก็บอกว่า นั่นลุง โน่นป้า นี้น้า นั้นอา ผู้ใหญ่มองเห็นเด็กๆ ก็มีความรู้สึกว่าอยากให้ลูกหลานเป็นสุข เด็กๆเห็นคนแก่ก็อยากให้ลุงป้าน้าอาปู่ย่าตายายเป็นสุข

พระท่านสอนไว้แล้ว ไปดูเถิดในพระไตรปิฎก ท่านสอนพระว่าจะวางท่าทีต่อผู้หญิงอย่างไร พระมหาจุนทะบอกไว้ว่า ถ้าไปเจอผู้หญิงที่อายุรุ่นคุณแม่ ก็ให้มองเหมือนแม่ ถ้าพบผู้หญิงรุ่นอายุมากกว่า ให้มองเป็นพี่สาว ถ้าเห็นผู้หญิงที่เด็กกว่า ให้มองเป็นน้องสาว

เข้าใจว่าคติจากพระไตรปิฎกนี้แหละเรานำมาใช้ในวัฒนธรรมไทย เราจึงเลี้ยงเด็กขึ้นมาโดยสร้างวัฒนธรรมคำพูดจาแบบที่ว่าให้มองกันเป็นญาติพี่น้องไปหมด ไปเจอเด็กก็ลูกหลาน เจอคนแก่ก็ลุงป้าน้าอา แล้วต่างฝ่ายก็ปรารถนาต่อกันให้เป็นสุข

ผู้ใหญ่ก็อยากให้เด็กเป็นสุข เด็กๆ ก็อยากให้ผู้ใหญ่มีความสุข อย่างนี้สังคมของเราก็อยู่กันด้วยดีและมีความร่มเย็นเป็นสุข ด้วยความรักแท้ที่ยั่งยืนและสดชื่นตลอดไป

ความรัก จากวาเลนไทน์ สู่ความเป็นไทย

สังคมไทยจะเดินหน้า ต้องพัฒนาฉันทะและเมตตาขึ้นมาให้ได้ คำปรารภ

No Comments

Comments are closed.