- (นำเรื่อง)
- (จริยธรรมที่เป็นมาและที่เป็นอยู่นั้น เป็นอย่างไร)
- (ปัญหาเกี่ยวกับคำว่า “มานะ” และ “อยาก”)
- (ผลเสียของ “มานะ”)
- (“ฉันทะ” และ “ตัณหา” กับหนทางแห่งการพัฒนา)
- (กิเลส ๓: ตัณหา มานะ ทิฐิ)
- (ใช้กุศลธรรมใด แทนกิเลสทั้งสาม)
- (หลักการพื้นฐานเพื่อการพัฒนาจริยธรรม)
- (จริยธรรมที่พึงระวัง)
- (คุณธรรมที่แฝงในนิสัยนักศึกษา)
- (คุณธรรมที่เป็นหลักสำคัญของประชาธิปไตย)
- (จริยธรรมเพื่อการแก้ไขปัญหาสังคม)
- (ความเชื่อที่งมงาย และการปฏิบัติที่งมงาย)
- (การเสพติดทางจิตใจ)
- (สภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ ผลกระทบต่อคนรุ่นใหม่)
- (บทสรุป)
อนึ่ง ควรจะพูดถึงสภาพจิตของเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่เป็นที่สังเกตไว้ด้วย สำหรับการพิจารณาในทางจริยธรรมต่อไป สภาพแวดล้อมและสภาพความเป็นอยู่ในสังคมปัจจุบัน ได้เปลี่ยนแปลงไปจากสมัยก่อนเป็นอย่างมาก และความเปลี่ยนแปลงนี้ก็มีอิทธิพลและมีผลกระทบต่อสภาพจิตของคนรุ่นใหม่เป็นอย่างมากด้วย
การคมนาคมที่สะดวกรวดเร็ว สื่อมวลชนที่กว้างทั่วถึงและฉับไว เรื่องราวและเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างมากมายและเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้ง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปอย่างน่าตื่นเต้น วิทยาการที่เพิ่มพูนขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งประดิษฐ์และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เร้าใจและท้าทายความสนใจ ซึ่งเกิดขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งประสบการณ์ ทั้งข้อความรู้ และสิ่งเสพมากมาย ประดังเข้ามา โหมซ้ำด้วยวิธีโฆษณาและระบบแข่งขัน ทำให้เด็กและเยาวชนสมัยปัจจุบันต้องได้รับประสบการณ์ต่างๆ ที่หลากหลาย เข้ามาทางอินทรีย์ต่างๆ ในปริมาณที่มากมายและโดยอัตราความเร็วที่สูงยิ่ง ต่างจากเด็กและเยาวชนรุ่นก่อนเป็นอย่างมาก แถมด้วยกำลังแรงและความเร่าร้อนของวัยรุ่นหนุ่มสาว สภาพเช่นนี้มีทั้งผลดีและผลเสีย แล้วแต่เงื่อนไข คือถ้าเด็กและเยาวชนที่เป็นผู้รับหรือผู้เสพประสบการณ์นั้น มีความพร้อมสามารถจัดการกับประสบการณ์ที่เข้ามาได้ดี เขาก็จะเป็นมนุษย์ที่ได้พัฒนาศักยภาพอย่างดีเยี่ยม
แต่เด็กส่วนใหญ่หาได้มีความพร้อมหรือมีความสามารถเช่นนั้นไม่ วัฒนธรรมเท่าที่เป็นมา ไม่สามารถเตรียมตัวเขาให้อยู่ในสภาพจิตและสภาพชีวิตที่พร้อมเช่นนั้น ผลจึงปรากฏว่า เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ตกอยู่ในสภาพจิตที่อาจเรียกว่ามีเรื่องค้างใจมาก
เรื่องค้างใจหรือประสบการณ์ค้างจิต หรืออารมณ์คั่งค้างนี้ก็คือ สิ่งที่เขายังตอบสนองไม่เพียงพอ ซึ่งแยกได้เป็น ๒ ประเภท คือ สิ่งที่เขาพอใจรับเข้าไว้ แต่ยังเสพไม่พอ เสพไม่อิ่ม เสพไม่ทัน ไหลเข้ามาๆ ชอบก็เก็บเข้าไว้ ยังเสพไม่เสร็จ คั่งค้างอยู่พวกหนึ่ง กับสิ่งที่ยังคิดไม่ตก ตัดสินไม่ได้ยังปลงใจลงอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ค้างคาอยู่อีกพวกหนึ่ง
การมีประสบการณ์เรื่องราวหรืออารมณ์ค้างใจ ซึ่งยังตอบสนองไม่เพียงพอ คั่งค้างและค้างคาอยู่มากๆ เช่นนี้จะส่งผลต่อไปอีก ทำให้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่นั้นเป็นคนมีจิตใจที่มีลักษณะกระวนกระวายมาก โดยมีอาการข้างเคียงต่างๆ เช่น ความกระทบกระทั่งหวั่นไหวง่าย ความรำคาญขุนเฉียวง่าย ความใจเปราะเสาะ ตลอดจนความผิดหวัง ความรู้สึกแปลกแยก ความบีบคั้นใจและความทุกข์แบบต่างๆ สภาพจิตเช่นนี้ทำให้ง่ายต่อการที่จะหันไปหาทางดำเนินชีวิตแบบเอียงสุดอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ เอียงสุดทางวัตถุ หรือเอียงสุดทางจิต
พวกหนึ่งก็ร่านรนหาเสพวัตถุอย่างกระหายหิว หมกมุ่นมัวเมาในความสุขทางเนื้อหนัง ครั้นถูกปะทะ สิ่งปรนเปรอกลายเป็นพิษหรืออืดเฟ้อ เกิดความเบื่อหน่ายหรือรู้สึกบีบคั้น
ส่วนหนึ่งก็หันหลังชิงชังประณามวัตถุ แล่นเข้าหาสภาพเอียงสุดทางจิต สมาทานลัทธิฤๅษีชีไพร การทรมานชีวิตในลักษณะใดลักษณะหนึ่งอย่างที่เดิมเรียกว่าตบะ เคร่งเครียดศีลวัตรเกินประมาณ หรือไม่ก็เฉื่อยชาหยุดนิ่งหมกมุ่นมุ่งปรนเปรอจิตด้วยความสุขทางใน ปลีกตัวไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครๆ

No Comments
Comments are closed.