- (นำเรื่อง)
- (จริยธรรมที่เป็นมาและที่เป็นอยู่นั้น เป็นอย่างไร)
- (ปัญหาเกี่ยวกับคำว่า “มานะ” และ “อยาก”)
- (ผลเสียของ “มานะ”)
- (“ฉันทะ” และ “ตัณหา” กับหนทางแห่งการพัฒนา)
- (กิเลส ๓: ตัณหา มานะ ทิฐิ)
- (ใช้กุศลธรรมใด แทนกิเลสทั้งสาม)
- (หลักการพื้นฐานเพื่อการพัฒนาจริยธรรม)
- (จริยธรรมที่พึงระวัง)
- (คุณธรรมที่แฝงในนิสัยนักศึกษา)
- (คุณธรรมที่เป็นหลักสำคัญของประชาธิปไตย)
- (จริยธรรมเพื่อการแก้ไขปัญหาสังคม)
- (ความเชื่อที่งมงาย และการปฏิบัติที่งมงาย)
- (การเสพติดทางจิตใจ)
- (สภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ ผลกระทบต่อคนรุ่นใหม่)
- (บทสรุป)
ด้วยเหตุนี้ เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่จึงมีความจำเป็นมากขึ้นเป็นพิเศษ ที่จะได้รับการตระเตรียมตัวด้วยจริยธรรมชนิดที่จะทำให้เขาพร้อมที่จะเผชิญและปฏิบัติต่อสภาพเช่นที่กล่าวนั้นอย่างถูกต้อง มีหลักใจที่จะช่วยให้จัดการกับสถานการณ์ใหม่ๆ แปลกๆ อย่างได้ผลดี
พูดอย่างกว้างๆ สังคมต่อๆ ไป โดยเฉพาะก็คือเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่นี้ จะต้องประสบความผันผวนเปลี่ยนแปลง และปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เป็นสภาพปัญหาใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และสิ่งต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันนี้ เยาวชนคนรุ่นใหม่ก็กำลังได้รับกำลังได้พบกับสิ่งเหล่านั้น ทำอย่างไรจะให้เขาปฏิบัติต่อสิ่งเหล่านั้นได้ถูกต้อง ว่าตามที่อาตมภาพได้พูดไปแล้ว ก็คือ จะต้องสร้างองค์ธรรมแกนขึ้นมาอย่างหนึ่ง และอาตมภาพก็ได้นำองค์ธรรมแกนมาเสนออย่างที่กล่าวมาแล้ว ตัวสำคัญคือ ฉันทะ กับเรื่อง ทมะ อันได้แก่การสร้างจิตสำนึกในการฝึกฝนพัฒนาตน หรือสร้างนิสัยนักศึกษาขึ้น และมีหลักการในการปลูกฝังพัฒนาจริยธรรมแยกเป็นข้อๆ ดังได้กล่าวมา
บัดนี้ก็ได้พูดมาเป็นเวลาพอสมควร แต่ก่อนจะจบ ก็อยากพูดอะไรสักอย่างหนึ่งเกี่ยวกับความรับผิดชอบของผู้ใหญ่ไว้ด้วยว่า การที่เด็กและเยาวชนจะพัฒนาในทางจริยธรรมไปได้ดีนั้น ก็ควรจะได้อาศัยกัลยาณมิตรคอยช่วยเหลือหรือประคับประคองด้วย กัลยาณมิตรที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กและเยาวชน ก็ควรจะได้แก่ผู้ใหญ่ทั้งหลายนั่นเอง
แต่ปัญหาของเราในปัจจุบันก็คือ ผู้ใหญ่ของเราเป็นกัลยาณมิตรของเด็กและเยาวชนกันอยู่หรือไม่ อย่างที่พูดเมื่อกี้นี้ว่า เป็นผู้ใหญ่ชนิดที่เด็กตามหลังแล้วสุนัขไม่กัด เป็นอย่างนั้นหรือไม่ การที่จะตอบปัญหานี้ได้ ก็จะต้องพิจารณาว่าผู้ใหญ่ของเรากำลังเดินกันอยู่อย่างไร
ตามสภาพที่เป็นอยู่นี้ ทุกคนก็คงยอมรับว่า เมื่อมองอย่างกว้างๆ สังคมไทยเรามีความนิยมในวัฒนธรรมของตะวันตกมาก พูดอย่างง่ายๆ ว่า ตามหลังสังคมฝรั่ง สังคมไทยที่ตามฝรั่งนั้นก็มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และว่าตามความรับผิดชอบ ก็ผู้ใหญ่นั่นแหละเป็นผู้นำเด็ก เมื่อพูดตามนี้ก็ต้องว่าผู้ใหญ่ตามฝรั่ง และเด็กก็ตามหลังผู้ใหญ่ที่ตามหลังฝรั่งอีกทีหนึ่ง ถ้าการตามหลังฝรั่งเป็นสิ่งที่ไม่ดี ก็เท่ากับลงข้อสรุปว่าผู้ใหญ่ของเราเป็นผู้ใหญ่ที่เด็กตามหลังแล้วจะต้องถูกสุนัขกัด กลายเป็นต้องพูดใหม่ว่า ตามหลังผู้ใหญ่จะถูกสุนัขกัด
สังคมอเมริกันที่เราว่าเขาฟุ้งเฟ้อ และพวกเราก็ฟุ้งเฟ้อตามเขานั้น ปัจจุบันนี้ อาตมภาพว่าสังคมไทยนี้มีอะไรที่นำสังคมอเมริกันในด้านการฟุ้งเฟ้อหลายอย่าง รวมทั้งในเรื่องความเสื่อมโทรมทางจริยธรรมด้วย อย่างเรื่องสถานเริงรมย์อบายมุขต่างๆ นี้ ก็น่าจะก้าวหน้าไปหนักมากแล้ว ซึ่งบางทีอเมริกาอาจจะเดินสวนทางกับเราเข้าบ้างด้วยซ้ำ ขอเล่าข่าวที่เป็นเกร็ดความรู้ทางจริยธรรมสักเรื่องหนึ่ง ในประเทศอเมริกานั้น เดิมมีอยู่ ๓๔ รัฐ ที่มีกฎหมายห้ามขายสุราแก่คนอายุต่ำกว่า ๒๑ ปี แล้วเร็วๆ นี้ ก็มีข่าวใหม่อีกว่าอีก ๔ รัฐ ได้ลงมติตาม ๓๔ รัฐนั้น ก็หมายความว่ารัฐที่ห้ามขายสุราแก่คนอายุต่ำกว่า ๒๑ ปี มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น ๓๘ รัฐ จึงเป็นไปในทางที่ว่า อเมริกาเกิดมีความก้าวหน้าทางจริยธรรมขึ้น อย่างน้อยก็ในข้อที่เกี่ยวกับเรื่องสุรานี้ ประเทศไทยเมื่อจะตามอเมริกาก็ควรตามในแง่นี้ด้วย แต่ข่าวทางเมืองไทย ได้ยินแต่ว่ามีโรงงานผลิตสุรามากขึ้น แทนที่จะลดลง นี่ก็เป็นตัวอย่างเบ็ดเตล็ดเรื่องหนึ่ง จะถือว่าเอามาพูดให้ขำๆก็ได้ แต่สาระที่ต้องการก็คือ เรื่องการตามอเมริกันนี้ ก็เป็นเรื่องที่น่าศึกษา ว่าเราตามกันอย่างไร แต่ไม่ใช่เรื่องที่จะพูดในที่นี้โดยตรง เพียงแต่ตั้งเป็นข้อสังเกต หรือข้อเป็นไปต่างๆ ไว้สำหรับพิจารณา คือ เราอาจจะตามฝรั่งในเรื่องที่ไม่ควรตาม และไม่ตามในเรื่องที่ควรตาม ในเรื่องที่ไม่ควรตาม บางทีเราก็ตามเก่งจนกลายเป็นล้ำหน้าเลยฝรั่งไป ส่วนในเรื่องที่ควรตามบางทีก็ตามเหมือนกัน แต่ตามอย่างผิวเผิน ไม่เข้าถึงสาระที่แท้จริง ยิ่งกว่านั้นบางทีเลือกเอาส่วนที่ไม่ดีของเขามาตาม โดยเอามาผสมกับส่วนไม่ดีที่เลือกเก็บจากตัวเอง หรือเอาส่วนที่ดีของเขามาใช้ในทางที่ไม่ดีก็มี
ส่วนเรื่องเด็กกับผู้ใหญ่ ในเมื่อตามฝรั่งด้วยกัน ตอนแรกก็ต้องถือไว้ก่อนว่าเด็กเป็นไปตามที่ผู้ใหญ่นำ เด็กตามไม่ดีก็เพราะผู้ใหญ่ตามไม่ดี ผู้ใหญ่อาจจะเถียงว่า ในการตามฝรั่งนั้น เด็กกับผู้ใหญ่ต่างคนต่างตามในเรื่องที่ตัวชอบ หรือบางทีเรื่องที่เสียนั้นก็เพราะเด็กไม่ตามในเรื่องที่ผู้ใหญ่ตาม แต่กลับไปตามในเรื่องที่ผู้ใหญ่ไม่ตามหรือผู้ใหญ่ไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ คือเด็กถูกสุนัขกัดเพราะไปเดินเอาเอง ไปตามคนแปลกหน้าเองไม่ตามผู้ใหญ่ ถึงอย่างนั้น ผู้ใหญ่ก็ไม่พ้นถูกตำหนิว่า ทำตัวอย่างไร เด็กของตนเองจึงไม่เลื่อมใส ไม่ยอมรับเอาผู้ใหญ่ของตนเป็นผู้นำ ไม่ยอมตามผู้ใหญ่ของตน กลับไปเลื่อมใสนับถือคนข้างนอก เอาใจออกห่าง ไปเดินตามคนพวกอื่น ส่วนทางฝ่ายของเด็กและเยาวชนก็มีข้อสังเกตว่าได้นิยมชมชอบรับเอาความคิดและรูปแบบของเสรีภาพตามวัฒนธรรมฝรั่ง แล้วบอกว่าจะเป็นตัวของตัวเอง จึงใช้เสรีภาพนั้นในการที่จะไม่ตามผู้ใหญ่ แต่พร้อมกันนั้น ก็หันไปใช้เสรีภาพตามวัฒนธรรมฝรั่ง จนเห็นได้ว่าไม่มีความเป็นตัวของตัวเองตามเหตุผล ที่จะแสดงถึงความมีอิสรภาพ ดูๆ ก็มีอะไรๆ ขัดแย้งกันในตัวเองซ้อนๆ กันอยู่หลายอย่าง
เป็นอันว่าที่พูดมาตอนนี้ ก็เพื่อเป็นการติงทางฝ่ายผู้ใหญ่บ้าง ว่าเราจะต้องเอาใจใส่จริยธรรมของผู้ใหญ่ด้วยเหมือนกันและให้ผู้ใหญ่ตระหนักถึงความรับผิดชอบ ในการที่จะต้องร่วมมือ ช่วยสนับสนุนจริยธรรมของเด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่นั้นด้วย โดยทำตัวเป็นกัลยาณมิตรของเด็กและเยาวชนเหล่านั้น
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้สมมติว่าผู้ใหญ่รุ่นนี้จะกลายเป็นคนที่หมดหวังสำหรับเด็กและเยาวชน จะหวังพึ่งเป็นกัลยาณมิตรไม่ได้จริงๆ เสียแล้ว แต่ถ้าเด็กและเยาวชนรุ่นต่อไปมีจริยธรรมตามแนวทางที่ได้กล่าวมา เด็กและเยาวชนเหล่านั้นก็จะพึ่งตัวเองได้ จะรู้จักเดินทางได้ด้วยดี ไม่เป็นไร
บัดนี้ เป็นเวลาอันสมควรแล้ว อาตมภาพขออนุโมทนาท่านอาจารย์ ท่านผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านผู้ใฝ่ธรรมทุกท่านที่ได้มาร่วมฟังในที่ประชุมนี้ และในวันอันเป็นสิริมงคล คือ วันสถาปนาคณะครุศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาตมภาพขอตั้งกัลยาณจิตร่วมอวยชัยให้พร โดยอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยอภิบาลให้ท่านทั้งหลาย มีฉันทะในการปฏิบัติหน้าที่การงาน มีพลังกาย พลังใจ ในการที่จะดำเนินปฏิบัติการฝึกฝนพัฒนาทางจริยธรรมแก่เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศชาติในทางที่ถูกต้องตามความหมายอย่างแท้จริง ให้เกิดผลเป็นความดีงามและประโยชน์สุข อันยั่งยืนตลอดไปชั่วกาลนาน

No Comments
Comments are closed.