หน้าตา ให้คนอื่นทำถวาย แต่เนื้อตัว มหาเถรฯต้องทำเอง

28 เมษายน 2548

หน้าตา ให้คนอื่นทำถวาย แต่เนื้อตัว มหาเถรฯต้องทำเอง

อีกประเด็นปลีกย่อยที่แฝงอยู่ในนี้ ก็ขอแทรกว่า พูดถึงความคิดเห็นของอาตมา ในการจัดงานที่แท้นั้น คิดว่าความจริง เราไม่ควรเอาคณะสงฆ์มาเป็นผู้จัด ถ้ารัฐบาลอยากให้คณะสงฆ์เป็นใหญ่ ก็ให้เป็นไปตามหลักของกฎหมาย

เราอาจจะวางรูปงานในแง่ว่า คณะสงฆ์ท่านเป็นใหญ่ ท่านบริหารงานพระศาสนา เมื่อเราจัดงานใหญ่ ก็ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะสงฆ์ แต่เราจะจัดให้ได้ผล ไม่ต้องให้ท่านลงมาจัดเอง เราก็เอาองค์กรหรือกิจการเอกชนที่ดีที่เก่ง มาเสนอคณะสงฆ์ ขออาสาให้องค์กรนี้จัดให้แก่คณะสงฆ์ได้ไหม หรือแม้แต่จัดในนามคณะสงฆ์ ก็น่าจะได้ผลดีกว่าให้คณะสงฆ์จัด

แม้แต่ถ้าทางสันติอโศกจะสามัคคีจริง ก็ต้องมาในรูปที่เสนอตัวต่อคณะสงฆ์ ไม่ใช่จะมาทำตัวคู่เคียงหรือมาร่วมจัด ก็มาเสนอตัวซิว่า ข้าพเจ้าสันติอโศก มีความปรารถนาดีต่อการพระศาสนาและประเทศชาติ ขออาสาจัดงานวิสาขบูชาให้ อย่างนี้จะถูกต้องกว่า

รัฐบาลก็ต้องทำในรูปนี้ คือนำเอาสันติอโศกไปเสนอต่อคณะสงฆ์ ว่าจะอาสาช่วยจัดให้ แต่ทีนี้ปัญหาก็อาจจะมาในแง่ของกฎหมายที่มีเรื่องอะไรต่างๆ ว่าจะเป็นไปได้หรือเปล่า นั่นก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องแยกไปพิจารณา แต่โดยวิธีปฏิบัติมันน่าจะเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่ยกขึ้นมาว่าคณะสงฆ์ร่วมจัดกับสันติอโศก อันนั้นมันไม่น่าจะเป็นไปได้

นั่นคือ กรณีนี้เรื่องได้เริ่มต้นมาผิด เมื่อเริ่มต้นผิดแล้ว ก็สับสนวุ่นวายไปหมด เพราะฉะนั้น เราต้องเตรียมใจรับว่าเรื่องที่เริ่มต้นมาผิดมันต้องมีปัญหาเกิดมาก ก็ต้องเริ่มต้นใหม่ให้ถูก

อย่างที่พูดเมื่อกี้ที่ว่า มีกลุ่มนั้นกลุ่มนี้มาสมานฉันท์กัน นั่นคือตั้งต้นมาผิด เหมือนกับไปตั้งกลุ่มเหล่านี้ให้มีสถานะเสมอมหาเถรสมาคม แทนที่จะว่า รัฐบาลเห็นว่าพวกคุณมีความสามารถก็เลยพาไปหามหาเถรสมาคม หรือแม้แต่ไปบอกมหาเถรสมาคมว่า เอ…จะเอาพวกนี้มาจัดถวายดีไหม

ถึงตอนนี้แล้ว วิธีแก้ไขก็คือ เริ่มต้นใหม่ ที่ว่าเริ่มต้นก็คือโดยรัฐบาล จะเป็นใครก็สุดแล้วแต่ แต่ควรจะเป็นท่านนายกฯ ในฐานะที่เป็นหลัก เป็นหัวหน้ารัฐบาลที่ดูแลรักษาการให้เป็นไปตามกฎหมายทั้งหลาย จะต้องหารือกับมหาเถระว่า งานนี้ ตกลงท่านเห็นว่าอยากจะให้เป็นอย่างไร

ถ้าพูดอย่างภาษาชาวบ้านก็คือต้องให้เกียรติท่าน แต่ที่จริงก็คือทำให้ถูกต้องตามหลักการ ที่เป็นเรื่องของตัวบทกฎหมาย ให้ได้รับความเห็นชอบ แล้วก็จะทำให้เกิดความรู้สึกสอดคล้องกลมกลืนกันได้ ไม่เช่นนั้นก็จะขัดแย้งกันหมด อย่างที่ว่าแล้ว คือเทียบกับรัฐบาลท่านนายกฯทักษิณ บอกว่าท่านจะเอาไหมล่ะ ให้พวกองค์กรย่อย ๆ มาทำงานระดับเดียวกับรัฐบาล

ในประเด็นเดียวกันนี้ มีข้อปลีกย่อยอีกนิดหน่อย แต่เป็นเรื่องสำคัญมาก คือ การจัดงานนี้ที่จริงเป็นเรื่องระยะสั้น แม้จะเป็นงานใหญ่ ก็เป็นเรื่องที่เน้นด้านหน้าตา

ที่จริง ท่านนายกฯ ก็หวังดี คืออยากให้หน้าตาของพระพุทธศาสนาของไทยนี้ใหญ่ แต่ถ้าหน้าตาดี แต่เนื้อตัวเต็มที มันก็ไปไม่รอด เพราะฉะนั้น ถ้าจะให้ดี ต้องดูที่เนื้อตัวด้วย และเนื้อตัวนี้แหละเป็นหลัก เป็นของจริง

เมื่อกี้บอกแล้วว่า ด้านการจัดงาน เราสามารถให้องค์กรหรือหน่วยย่อยจัดได้ หรือด้านหน้าตานี้ ให้ส่วนย่อยเขาจัดซะ ให้องค์กรย่อยมาอาสากับคณะสงฆ์ แต่ด้านเนื้อตัวเป็นเรื่องของคณะสงฆ์เอง และเป็นเรื่องระยะยาว

ถ้ารัฐบาลหวังดีต่อพระศาสนาและประเทศชาติ และจะเอาจริง ก็แยกเป็นสองส่วน หนึ่ง เรื่องหน้าตาก็ทำอย่างที่ว่า อาจจะเอาองค์กรอะไรมานำเสนออาสาจัด

สอง เนื้อตัวอย่าทิ้ง แต่ต้องเน้นที่สุดเลย บอกแล้วว่าเวลานี้ ที่จริงหลายเวลามานักแล้ว คณะสงฆ์อ่อนแอ ปล่อยปละละเลย เฉื่อยชา

ต้องว่าท่าน ถึงเวลาที่ท่านต้องยอมรับฟัง เพราะแย่จริงๆ เสื่อมเหลือเกินแล้ว อะไรกัน ตั้งแต่ประชาชนชาวบ้านขึ้นไปจนแม้แต่รัฐบาลก็ยังไม่เข้าใจ เขายังไม่รู้สถานะของท่าน

มีอย่างหรือ ท่านเป็นผู้บริหารการพระศาสนา แล้วขณะนี้รัฐบาลและชาวบ้านไม่รู้เลย เขามองว่า มหาเถรสมาคมเป็นองค์กรหนึ่ง ที่อยู่แค่ระดับเดียวกับสันติอโศก ที่จะมาสมานฉันท์ หรือมาสามัคคีกัน

นี่แสดงว่าสถานะของท่านมันแย่แล้ว แล้วทำไมจึงแย่อย่างนี้ ท่านต้องสำรวจตัวเองว่าเรานี้เป็นอย่างไร แสดงว่าเราประมาท ปล่อยปละละเลยกันมานาน ต้องรีบปรับปรุงตัวเองแล้ว

ดูสิ เหตุการณ์ต่างๆ ในพระศาสนามีแต่ยิ่งทำให้คนไม่เห็นความสำคัญของมหาเถรสมาคม ทั้งที่ท่านปกครองคณะสงฆ์อยู่ คนก็เห็นก็ได้ยินกันเรื่อย เช่น เดี๋ยวข่าวหนังสือพิมพ์ออกมาว่า พระธุดงค์ไปทำไม่ดีที่นั่นที่นี่ มีแต่ข่าวร้ายมาแล้วก็ผ่านไป แต่มันไม่ผ่านไปเปล่า มันปรุงแต่งเป็นภาพร้ายของพระและภาพลบของพระศาสนาที่ฝังอยู่ในความคิดจิตใจของประชาชน ทำให้ภาพดีงามเก่าๆ ที่สะสมกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษโบราณ ค่อยๆ เลือนลางลงไป และท่ามกลางข่าวเหล่านั้น คนก็ไม่เคยเห็นว่าคณะสงฆ์จะช่วยแก้ไขอะไร หรือมีหน้าที่การงานอะไร

ที่จริง มหาเถรสมาคมจะทำง่ายๆ ก็ได้ ออกประกาศชี้แจงบ้าง ออกใบบอกแจ้งขอความร่วมมือไปยังสื่อมวลชนบ้าง ขอให้สื่อมวลชนช่วยแจ้งแก่ประชาชนว่า พวกที่มาธุดงค์ลักษณะแบบนี้ มีพฤติกรรมอย่างนี้ ผิดหลักพระศาสนา อย่าไปเชื่อถือ หรือให้แนวที่ชาวบ้านจะสังเกตว่าเป็นพระจริงหรือพระปลอม คนก็จะได้มีหลัก และสื่อมวลชนก็จะได้เห็นความสำคัญว่า คณะสงฆ์ไม่ได้ปล่อยปละละเลย ท่านไม่ได้ยอมรับว่าพฤติการณ์อย่างนั้นๆ ถูกต้อง และเขาก็จะมีหลักที่อ้าง มันก็จะดีขึ้น

แต่นี่ไม่เอาทั้งนั้น กี่รายๆ เดี๋ยวข่าวพระธุดงค์ทำเรื่องน่าอับอาย พระที่โน่นมั่วสุมเล่นการพนัน พระที่นั่นค้ายาเสพติด พระจริงพระปลอมไม่รู้ ท่านก็ปล่อยเรื่อยไป วัดในชนบทไม่มีกำลังทำศาสนกิจที่จะให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนสมตามพระพุทธโอวาท ท่านก็ไม่ขวนขวายอะไร นี่งานเนื้อตัวทั้งนั้น ท่านจะต้องคิดแก้ไขจัดทำตลอดทุกกาลทั้งวันคืน

ในที่สุด เรื่องของคณะสงฆ์ก็มาสัมพันธ์กับรัฐบาล ถ้าท่านนายกฯทักษิณมีความหวังดีต่อพระศาสนาและสังคมประเทศชาติในด้านเนื้อตัวจริงๆ ก็เอาตรงนี้เลย ยกเรื่องขึ้นมากระตุ้นคณะสงฆ์ เรียกร้องให้มีการปรับปรุงกิจการบริหารให้ได้ผล เพราะว่าถึงเราจะแต่งหน้าแต่งตาดี แต่เนื้อตัวพิกลพิการเป็นโรคเรื้อน ก็ไปไม่รอด

เป็นอันว่า เนื้อตัวนี่ต้องเอาที่คณะสงฆ์ หน้าตานั้นไม่สำคัญเท่าไร งานหน้าตาท่านนายกฯยังออกโรง แล้วงานเนื้อตัวทำไมไม่ออกโรง งานเนื้อตัวเรื่องใหญ่ งานเนื้อตัวสำคัญกว่า ท่านจะเงียบได้อย่างไร

เอาง่าย ๆ อย่างโบราณราชประเพณี ในหลวงทรงมีพระราชปุจฉาไปยังคณะสงฆ์เป็นระยะๆ บางครั้งทรงเห็นการพระศาสนาด้านนั้นด้านนี้อ่อนแอเสื่อมโทรม ในหลวงบางพระองค์ก็ทรงมีพระราชปุจฉาไป เช่นเคยมีพระองค์หนึ่ง ทรงเห็นว่าการศึกษาของคณะสงฆ์ย่อหย่อน ก็ทรงมีพระราชปุจฉาไปยังสมเด็จพระสังฆราชว่า เอ…รู้สึกว่า เวลานี้ไม่ค่อยมีพระเณรเปรียญ คล้าย ๆ ว่าพระองค์มีพระราชศรัทธา ก็ไม่สมพระราชศรัทธา

ปรากฏว่าคณะสงฆ์ตื่นตัวใหญ่เลย สมเด็จพระสังฆราชทรงประชุมพระมหาเถระ มีมติให้ส่งเสริมจัดการศึกษาให้พระเณรเล่าเรียนกันให้มาก จะได้เป็นการฉลองพระราชศรัทธา

ท่านนายกฯทักษิณอาจจะอนุวัตรตามพระราชประเพณีนี้ก็ได้ ท่านอาจจะถามไปยังคณะสงฆ์ในจุดต่างๆ ที่เห็นว่าย่อหย่อนอ่อนแอ ว่า เอ… เวลานี้น่าเป็นห่วงงานพระศาสนาในด้านนั้นๆ ดูเหมือนจะเป็นอย่างนี้ๆ อ่อนแออย่างนี้ๆ ตั้งคำถามแบบมีข้อสังเกตไปให้ท่านเลยว่า เสียอย่างไร อ่อนแออย่างไร

นั่นคือ ท่านนายกฯทักษิณต้องเอาที่เนื้อตัว ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่พระศาสนาและประชาชนจริงๆ และคนเขาก็จะได้ไม่ว่าท่านจะเอาแต่หน้าตา

จัดงานวิสาขบูชา อย่าอยู่แค่หน้าตา ต้องไปให้ถึงเนื้อตัว

ลาออกจากมหาเถรสมาคม – ลาออกจากรัฐบาลไทย เนื้อตัว ที่ทุกหน่วยช่วยทำได้

No Comments

Comments are closed.