(กิเลส ๓: ตัณหา มานะ ทิฐิ)

10 กรกฎาคม 2528

พอพูดถึงตัณหากับมานะ ก็เข้าสู่หลักธรรมที่สำคัญอีกชุดหนึ่ง ตัณหากับมานะเป็นกิเลสตัวใหญ่ในชุด ๓ ที่ท่านกล่าวถึงบ่อยๆ แต่เรามักมองข้ามไป ชุดนี้มีตัณหา มานะ และทิฐิ คนเราโดยมากรู้จักแต่ชุดโลภะ โทสะ โมหะ ที่จริงโลภะ โทสะ โมหะนั้น เรียกว่าเป็นอกุศลมูล เป็นกิเลสสำคัญ แต่เป็นต้นตอ เป็นรากเหง้าของความชั่วร้าย ส่วนกิเลสที่เป็นตัวบงการบทบาทกำกับการแสดงในชีวิตของคนส่วนมาก เป็นชุดหลังนี้คือตัณหา มานะ เละทิฐิ

. ตัณหา คือ ความอยากได้สิ่งบำรุงบำเรอปรนเปรอตนอย่างที่ว่าอยากเสพเมื่อกี้

. มานะ คือ ความสำคัญตัวเป็นนั้นเป็นนี้ว่า ด้วยเด่น สูงต่ำ เท่าเทียมต่างๆ เทียบเขาเทียบเรา

. ทิฐิ คือ ความยึดติดในความคิดเห็น ในทฤษฎี ถือเอาความคิดเห็นเป็นความจริง

สามอย่างนี้แสดงออกเป็นอะไรบ้าง ตัณหานั้นคู่กับผลประโยชน์ มานะออกในรูปของอำนาจ ทิฐิแสดงออกเป็นความคลั่งในลัทธินิยม อุดมการณ์ สามตัวนี้กำกับการแสดงของคนทั่วไป

ปัญหาของมนุษย์ตั้งแต่ปัญหาของบุคคลไปจนถึงปัญหาสงครามโลก มักจะหนีไม่พ้นกิเลส ๓ ตัวนี้เป็นเหตุ เป็นตัวบงการ คือ ถ้าไม่เป็นเพราะตัณหาแย่งชิงผลประโยชน์กัน ก็มานะเรื่องของอำนาจ หรือไม่อีกอันก็เรื่องของทิฐิ ความยึดติดในลัทธินิยม อุดมการณ์ แม้แต่ความคลั่งในศาสนาก็อยู่ในทิฐินี้ ฉะนั้น กิเลส ๓ ตัวนี้สำคัญมาก คอยกำกับการแสดงของมนุษย์

ทีนี้ ในทางจริยธรรมที่ผ่านมา ตัณหากับมานะคงจะได้มีบทบาท สำคัญในสังคมไทย อาจจะเป็นอย่างนั้น ส่วนทิฐิอาจจะเบาหรืออย่างไรไม่ทราบ ต้องช่วยกันวิเคราะห์อีกทีหนึ่ง แต่ในบางสังคมทิฐิ ความคลั่งศาสนา ลัทธินิยม อุดมการณ์ เป็นตัวกำกับการแสดงที่สำคัญและรุนแรงมาก ในทางพระเรียกกิเลสชุดนี้ว่า ปปัญจธรรม แปลว่า สิ่งที่เป็นเหตุให้เกิดความเย็นเย้อ ยืดเยื้อ พิสดาร วิตถารต่างๆ พฤติกรรมของมนุษย์ที่ไม่สามารถเข้าถึงความจริงที่มันง่ายๆ ตกลงอะไรกันไม่ได้ ก็เพราะเรื่องตัณหา มานะ ทิฐิ นี้เป็นตัวสำคัญที่ครอบงำอยู่ ถ้าจะแปลให้เข้ากับภาษาไทยง่ายๆ ปปัญจธรรมก็แปลว่า กิเลสตัวปั่นหรือกิเลสตัวปั้นเรื่อง ทั้งปั่นและปั้นเรื่อง มันปั่นหัวปั่นจิตใจคนให้เรื่องมาก ยืดยาวยุ่งเหยิง วุ่นวาย สลับซับซ้อนจนกลายเป็นปัญหานุงนัง ยากที่จะแก้ไขได้

จริยธรรมสำหรับคนรุ่นใหม่

(“ฉันทะ” และ “ตัณหา” กับหนทางแห่งการพัฒนา) (ใช้กุศลธรรมใด แทนกิเลสทั้งสาม)

No Comments

Comments are closed.