ควรแสดงความคิดเห็นกัน บนฐานของความรู้

28 เมษายน 2548

ควรแสดงความคิดเห็นกัน บนฐานของความรู้

สังคมปัจจุบันนี้ เราพูดกันนักว่าอยากให้เป็นสังคมแห่งความรู้ หรือเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ แต่ถ้าปล่อยกันไปอย่างนี้ ก็เป็นสังคมแห่งการไม่รู้จักเรียนรู้

ดังที่ปรากฏว่ามีแต่การแสดงความเห็น โดยไม่พยายามที่จะหาความรู้และเอาความรู้ที่จริงแท้ชัดเจนมาเผยแพร่ มีแต่การแสดงความเห็นไปตามความรู้สึก ก็เลยกลายเป็นเรื่องของความคิดเห็นที่ไม่เกิดจากความรู้และไม่ช่วยให้เกิดความรู้ ไม่สร้างสรรค์ปัญญา ว่ากันไปตามความชอบใจไม่ชอบใจ โดยเอากระแสต่างๆ มาเป็นตัวตัดสิน

จุดน่าเป็นห่วงก็ตรงนี้แหละ จึงต้องเน้นอีกที ไม่ว่าเรื่องจะไปอย่างไรก็ตาม ควรจะให้คนมีความรู้ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ในที่นี้จะไม่วิจารณ์ตัวประเด็นใหญ่เรื่องการจัดงาน อาจจะต้องพาดพิง เพราะมันเกี่ยวกัน เพราะเรื่องมันเริ่มต้นมาอย่างนั้น แต่จะมุ่งไปที่ความรู้ คือพูดไว้ให้เกิดความรู้ โดยเราไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานการณ์นั้นเอง

เรื่องนี้ขอพูดไว้ก่อนเพราะว่า เท่าที่ได้ยิน มีสถาบันและองค์กรต่างๆ เกี่ยวข้อง มีทั้งมหาเถรสมาคม และมีองค์กรเช่นสันติอโศกเข้ามา และยังมีอื่นๆ อีก ซึ่งได้ยินว่าโน่นนี่อะไรต่าง ๆ แต่ที่เด่นก็คือสันติอโศก

ทีนี้ ที่จะพูดต่อไปนี้ ไม่ใช่หมายความว่าอาตมาพอใจชอบใจการบริหารกิจการพระศาสนาของมหาเถรสมาคม คือ เราก็เห็นกันอยู่ว่า เวลานี้การบริหารกิจการพระศาสนา โดยเฉพาะกิจการคณะสงฆ์อ่อนแอและถูกปล่อยปละละเลยมาก ควรจะมีการปรับปรุงอย่างจริงจัง อันนี้แยกเป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่ต้องรู้ไว้ก่อนว่า ที่พูดนี้ ไม่ใช่ว่าไปเห็นด้วย หรือชอบคณะสงฆ์ แล้วไปพูดเพราะว่าเข้าข้าง ไม่ใช่อย่างนั้น แต่เราต้องการความรู้ และให้คิดให้พูดกันบนฐานของความรู้

จัดงานวิสาขบูชา อย่าอยู่แค่หน้าตา ต้องไปให้ถึงเนื้อตัว

จัดงานวิสาขบูชา อย่าอยู่แค่หน้าตา ต้องไปให้ถึงเนื้อตัว เรื่องความสามัคคี

No Comments

Comments are closed.