ประทีปแห่งแผ่นดิน

2 ตุลาคม 2546

ประทีปแห่งแผ่นดิน

การให้แสงสว่าง ที่เรียกว่าเป็นประทีปในที่นี้ ในระดับแผ่นดิน ก็ต้องเป็นแสงสว่างที่บริสุทธิ์

เมื่อแสงสว่างนั้นบริสุทธิ์ ก็ส่องให้เห็นธรรม คือให้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ให้รู้ความจริง และทำให้คนสามารถแยกแยะได้ว่า อะไรถูกต้อง อะไรผิดพลาด เรียกง่ายๆ ว่ารู้ถูกรู้ผิด

แสงสว่างนั้น ก็คือ แสงสว่างแห่งปัญญา แล้วก็ส่องให้เห็นธรรม ก็จึงเข้ากับคำที่เรียกว่าเป็น บัณฑิต

ในโอกาสนี้ อาตมภาพขอพูดในเชิงที่เรียกว่าเป็นการปรับทุกข์เสียมากกว่า เพราะว่าในเมื่อท่านอาจารย์เป็นแสงสว่างของแผ่นดิน เป็นประทีปที่สาดส่องให้เห็นธรรม ให้รู้ความจริงความถูกต้อง เราก็มาพูดกันถึงคนในแผ่นดินของเรา ว่าทำอย่างไรจะเดินไปในทางที่ถูกต้อง ด้วยแสงสว่างแห่งปัญญานี้

แสงสว่างนั้น ในขั้นต้นก็ส่องให้มองเห็นว่าอะไรเป็นอะไร แต่ยิ่งกว่านั้น แสงสว่างนี้ยังสามารถส่องทางและนำทางได้ด้วย ไม่ใช่แค่ส่องสว่างให้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่ส่องนำทางอีกด้วย

ส่องนำทาง ก็หมายความว่า มีจุดหมาย นอกจากจะมีความรู้เข้าใจอะไรต่างๆ แล้ว ก็ควรจะเดินทางไปสู่จุดหมายที่ดีงามด้วย เพราะเป็นธรรมดาของมนุษย์ เมื่อมีชีวิต แต่ละบุคคลก็ควรจะดำเนินชีวิตอย่างมีจุดหมาย อย่างน้อยก็ให้เป็นจุดหมายแห่งความดีงาม สิ่งที่ดี ที่เป็นความสุขความเจริญ

ถ้าเป็นเรื่องของสังคม สังคมนั้นก็ควรจะมีจุดหมายที่ดีงาม ที่เป็นเรื่องของสันติสุข ความอยู่ร่มเย็นเป็นสุขร่วมกัน ทั้งอยู่กันดีภายในประเทศ และอยู่ร่วมกับชาวโลกได้ดีด้วย

จริงอย่างนั้น ถ้าสังคมนี้ได้รับประโยชน์จากปัญญาและธรรมอย่างแท้จริงแล้ว ก็จะเป็นส่วนร่วมที่ดี ที่สามารถสร้างสรรค์ประโยชน์สุข หรือนำโลกไปสู่สันติสุข

ถ้าทำได้ถึงขั้นนี้ สังคมของเราก็จะมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์อารยธรรม คือไม่จำกัดอยู่แค่เฉพาะประเทศของตนเอง แต่จะสามารถก้าวไปสู่การร่วมแก้ปัญหาของโลกทั้งหมด

สังคมจะเฟื่องฟู ต้องเชิดชูบัณฑิต

สังคมจะเฟื่องฟู ต้องเชิดชูบัณฑิต สังคมไทยอยู่ในภาวะอ่อนแอ

No Comments

Comments are closed.