มุ่งสู่จุดหมาย – มั่นในหลักการ

29 พฤษภาคม 2543

มุ่งสู่จุดหมาย – มั่นในหลักการ

ถามแทรก นึกถึงจุดหมายของธุรกิจยุคนี้ ที่ว่า “กำไรสูงสุด” ถึงจะไม่ใช่จุดหมายแท้ของมนุษย์ และเพื่อมนุษย์ แต่ในแง่ได้ผลนี่มันชัด ทำให้งานธุรกิจเข้มแข็ง และสำเร็จสูง บวกกับความโลภเข้าไปก็มีพลังพุ่งสู่ความสำเร็จ จะทำอะไรให้ได้ผลก็ต้องมีจุดหมาย คนยุคนี้ ถ้าหากไม่เอาจุดหมายนี้ จะให้เขาเอาจุดหมายอะไร จุดหมายอย่างอื่นก็ไม่ชัด

พระธรรมปิฎก พลังพุ่ง แต่พุ่งไปทางทำลายเสียมาก ก็เลยสำเร็จอย่างที่เห็นๆ กันอยู่นี่แหละ มันเป็นความสำเร็จเพื่อตัวเอง แต่พาสังคมและธรรมชาติย่อยยับ ถ้าพูดแคบเข้ามา ก็คือพาให้พวกเดียวกันย่อยยับ แล้วตัวเองก็ไม่พ้น ก็ย่อยยับวิกฤติไปด้วยกัน

ที่จริง ถ้ามองในแง่แข่งขัน ก็ต้องไม่มองแค่ตัวเอง ต้องมองการแข่งขันระหว่างประเทศ ระหว่างสังคม ถ้าจะกำไรสูงสุด ก็ต้องแข่งและมองเทียบกับต่างประเทศหรือต่างสังคม ไม่ใช่แข่งแค่จะเอาจากพวกเดียวกัน ได้แต่โลภ ก็ยิ่งแพ้เขาเท่านั้นเอง ความโลภไม่พอหรอก ต้องมีปัญญาด้วย ปัญญาสำคัญกว่า

ถ้าปัญญาสูงจริง มองกว้างขวาง มันจะไม่ติดอยู่แค่ผลประโยชน์ส่วนตัว แต่จะมองเห็นประโยชน์ส่วนรวมของสังคม ที่โยงมาถึงผลประโยชน์ของตัวเองนั้น และในที่สุดจะมองเห็นว่ามนุษย์นี้จุดหมายที่แท้ จะต้องเพื่อชีวิต เพื่อสังคม และเพื่อทั้งโลก การมองเห็นจุดหมายจะมองได้แค่ไหนก็สัมพันธ์กับการพัฒนาของปัญญา

แต่จุดหมายน่ะสำคัญแน่ ถ้าจะทำอะไรให้สำเร็จก็ต้องมีจุดหมาย จุดหมายหรือจุดมุ่งก็คือที่มุ่งจะไป ถ้าไม่มีที่มุ่งจะไป ก็ไม่ไปไหน วนอยู่ที่เดิม จุดมุ่งจุดหมายทำให้มีพลังที่จะวิ่งแล่นไป และทำให้รู้ทิศทางที่จะไปชัดเจนด้วย จุดหมายจะกำหนดและตัดสินความสำเร็จ

ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าต้องมีจุดหมาย และต้องตั้งจุดหมายให้ถูก อย่าให้เป็นแค่จุดหมายของโลภะ หรือโทสะ แต่ให้เป็นจุดหมายของปัญญา ต้องไม่ลืมว่า เมื่อทำอะไรด้วยความโลภ จะต้องมีโมหะแทรกหรือแฝงอยู่ด้วยเสมอไป ทำให้มองสั้นเห็นแคบเป็นต้น

อย่างน้อยก็ให้มีปัญญาพอที่จะคุมความโลภนั้นไว้บ้าง เช่นว่า ถ้าเอากำไรสูงสุดให้แก่ตัวเองแล้ว จะเกิดผลเสียอะไรพ่วงมาบ้าง แก่ชีวิต แก่พวก แก่สังคม ตลอดถึงธรรมชาติก็ตาม อย่างน้อยก็มองเห็นความเป็นธรรม และความชอบธรรมด้วย

ตรงนี้ก็คือบอกว่า นอกจากมีจุดหมายแล้ว จะต้องมีหลักการด้วย

ถามแทรก หมายความว่า จุดหมายต้องไม่ขัดกับหลักการ

พระธรรมปิฎก ถูกแล้ว สองอย่างนี้ต้องมาคู่กัน จุดหมายต้องตั้งอยู่บนหลักการที่ถูกต้อง และหลักการจะคุมจุดหมายไว้ไม่ให้พลาดไม่ให้เกิดผลเสียหาย

อย่างน้อยก็มีหลักการใหญ่ ที่ว่ายึดถือความถูกต้องชอบธรรม ความเป็นธรรม การไม่เบียดเบียน และประโยชน์สุขร่วมกัน จุดหมายที่ขัดต่อหลักการนี้ก็ไม่เอา

คนที่จะมุ่งทำเพื่อจุดหมายของมนุษย์ที่ว่าเพื่อชีวิตดี-สังคมดี-โลกนี้น่าอยู่ หรือจะทำเพื่อจุดหมายของบุคคลที่ว่าจะเอากำไรสูงสุด ลึกลงไปก็อยู่ที่แนวคิดความเข้าใจหลักความเชื่อที่เขายึดถือ ซึ่งก็คือหลักการนั่นเอง

แต่ความเชื่อถือแนวคิดความเข้าใจที่ยึดถืออยู่ข้างใน บางทีก็ไม่รู้ตัวชัดเจน อาจจะยอมรับยังไม่ได้ว่าเป็นหลักการ ควรจะต้องดึงออกมากำหนดวางลงเป็นรูปธรรมให้ชัดเจน ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นหลักการแท้จริง

คนที่ยึดถือแนวคิดความเชื่อที่สนองจุดหมายของบุคคล ซึ่งก็คือเห็นแก่ตัวนั้น ไม่นับว่าเป็นคนมีหลักการ เพราะเป็นเรื่องของสัญชาตญาณธรรมดา ไม่ใช่แนวคิดที่เกิดมาจากปัญญาอะไร เมื่อจะกำหนดวางเป็นหลักการออกมา เขาก็จะหยิบเอาหลักการที่คนทั่วไปยอมรับมาวางให้ดูงดงามสวยหรู โดยไม่ได้คิดจะปฏิบัติตามจริงจัง จุดหมายที่แท้ของตนก็ขัดกับหลักการที่วางไว้

หลักการสำคัญที่คนไทยควรยึดถือให้ได้ในยุคนี้ คือการถือประโยชน์ส่วนรวมหรือผลประโยชน์ของสังคมประเทศชาติเป็นใหญ่ แล้วตั้งจุดหมายขึ้นไปบนฐานของหลักการนี้ เพื่อสร้างสรรค์ประเทศชาติให้ฟื้นตัวขึ้นมาให้ได้ ถ้าอยู่กันอย่างไม่มีหลักการนี้ ก็จะมีแต่จุดหมายของบุคคล มีแต่ความขัดแย้ง สังคมก็อ่อนแอง่อนแง่น

หลักการนอกเหนือจากเป็นฐานที่ตั้งของจุดหมายแล้ว ยังกำหนดด้วยว่าจะต้องทำอะไรๆ เพื่อให้ก้าวหน้าไปสู่จุดหมายนั้น เมื่อมีหลักการและชัดเจนในจุดหมายแล้ว ก็เอาวิธีการเข้ามาเชื่อม เพื่อก้าวจากหลักการไปให้ถึงจุดหมาย ตอนนี้ผู้ที่ฉลาดในวิธีการ มีกลยุทธ์ มียุทธวิธีอะไรต่างๆ ก็จะช่วยให้ก้าวไปสู่จุดหมายอย่างได้ผล แต่ต้องมีหลักการที่มั่นคงและจุดหมายที่แน่วชัดก่อน

ขนาดวางหลักการกันไว้งดงามอย่างดีแล้ว แต่ถ้าใจคนไม่ได้ศรัทธา ไม่มีฉันทะรักใคร่เอาใจอยู่กับหลักการนั้น แต่ใจจริงไปอยู่กับความเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว สังคมก็ไปไม่ไหว กลายเป็นว่ามีจุดหมายที่เชิดไว้ กับจุดหมายที่ซ่อนแฝง

นี่แหละสังคมหรือบ้านเมืองจึงมักจะต้องอาศัยมีผู้นำ ที่มาช่วยประสานหลักการกับจุดหมายให้ไปด้วยกัน โดยให้คนมีศรัทธาแรงกล้าต่อหลักการ และมีใจมุ่งมั่นแน่วแน่ต่อจุดหมาย

ถามแทรก ผู้นำบางทีก็ได้ด้านหนึ่ง เสียอีกด้านหนึ่ง ที่จะได้ทั้งหลักการและจุดหมายหาไม่ใช่ง่าย

พระธรรมปิฎก เพราะเหตุนั้นแหละจึงหาผู้นำที่แท้ค่อนข้างยาก หลักพุทธศาสนาสอนว่า ผู้ปกครอง ผู้บริหาร ต้องมีจุดหมายและหลักการ เรียกว่า อัตถะกับธัมมะ หรืออรรถกับธรรม ท่านวางอัตถะคือจุดหมายไว้เป็นข้อแรก เพราะผู้นำจะต้องมีจุดหมายที่ชัดเจนว่า สังคม ชุมชน หรือกลุ่มชน จะมุ่งไปไหน แล้วก็ให้จุดหมายนั้นวางอยู่บนหลักการที่ถูกต้องมั่นคง

มีแต่หลักการ ไม่ตั้งจุดหมายให้ชัด ก็ไม่ไปไหน วนอยู่กับหลักการนั้น เหมือนวัวพันหลัก

มีแต่จุดหมาย ไม่มีหลักการ แง่หนึ่งก็เหมือนคนที่บอกว่าจะขึ้นไปยอดเขา แต่ตัวโหนห้อยต่องแต่งอยู่ ไม่มีที่เหยียบยัน หรือมิฉะนั้น จุดหมายของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลต่างๆ ก็ไปคนละทิศละทาง เฉบ้าง ตรงบ้าง ขัดกัน ตีกันเอง

จุดหมายนั้นสำคัญอย่างยิ่ง ถ้าไม่มีจุดหมายชัดเจน ก็ไม่ชัดว่าจะนำสังคมประเทศชาติไปไหน หรือสังคมนั้นไม่รู้ตัวว่าจะพากันไปไหน และการมีจุดหมายที่ชัดเจนนั้น ทำให้คนมีใจรวมเป็นอันเดียวกันได้ เกิดพลังที่จะพุ่งมุ่งหน้าไป และทำให้มีทิศทาง

ถ้าขาดจุดหมาย หรือจุดหมายไม่ชัด หรือนึกอยู่แต่ในใจของผู้นำคนเดียว คนในสังคมไม่ได้ร่วมรู้ร่วมใจด้วย คนก็จะเคว้งคว้าง หันไปคนละทิศละทาง นอกจากไม่มีพลังก้าวไปแล้ว ไม่ช้าก็กระทบกระทั่งชนกันไปชนกันมา วุ่นกันอยู่นั่น ไม่ต้องไปไหน

เพราะฉะนั้น ผู้นำจะต้องมีจุดหมายชัดเจน แน่วแน่ต่อจุดหมายนั้น ทั้งเป้าหมายเฉพาะหน้าและจุดหมายระยะยาว และชี้ให้สังคมเห็น มีความเข้าใจร่วมกัน และใฝ่ปรารถนาต่อจุดหมายนั้นร่วมกัน เพื่อจะก้าวไปด้วยกันอย่างมุ่งมั่นแน่วแน่และมีพลัง

ความสำเร็จของผู้นำอยู่ที่มีจุดหมาย แต่ความสำเร็จนั้นจะเป็นคุณหรือโทษย่อมขึ้นต่อหลักการ

ถ้าคนไทยส่วนใหญ่มั่นในหลักการที่ถือความถูกต้องและผลประโยชน์ของประเทศชาติสังคมเป็นใหญ่ ไม่หวั่นไหวไปด้วยความเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว แล้วมีจุดหมายร่วมกันที่แน่วแน่ชัดเจน ก็จะฟื้นฟูและสร้างสรรค์สังคมประเทศชาติได้แน่นอน

ถ้าความมั่นในหลักการและความแน่วแน่ต่อจุดหมายนี้ ยังไม่มี ก็จะต้องให้มีผู้นำที่มาทำให้เห็นแบบอย่าง และรวมความเข้าใจรวมใจรวมกำลังฟื้นหลักการและชูจุดหมายนั้นขึ้นมาให้ได้

ถ้าคนไทยมัวเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว หลักการก็เรรวน จุดหมายก็ชูไม่ขึ้น ก็คงอยู่ได้แค่ในวังวนของความโลภและความฟอนเฟะต่อไป ไม่ต้องหวังว่าจะฟื้นฟูชาติบ้านเมือง

ธุรกิจ-ฝ่าวิกฤต: ตอบปัญหา-สนทนาธรรม กับ คุณอานันท์ ปันยารชุน และคณะ

ถ้ามีการศึกษา คนจะไม่อยู่แค่รู้สึกและเสพ แต่จะก้าวสู่การสร้างสรรค์และแสวงปัญญา กรรมเก่า – กรรมใหม่

No Comments

Comments are closed.