ร.ร.วิถีพุทธ ต้องเข้มด้วยปัญญาที่พาสู่จุดหมายแห่งโพธิ และบูรณาการกับการพัฒนากายวาจาจิตใจในกระบวนการแห่งไตรสิกขา

12 พฤษภาคม 2546

ร.ร.วิถีพุทธ ต้องเข้มด้วยปัญญาที่พาสู่จุดหมายแห่งโพธิ และบูรณาการกับการพัฒนากายวาจาจิตใจในกระบวนการแห่งไตรสิกขา

การศึกษานี้ เป็นเรื่องที่สำคัญ แล้วเราบอกว่าที่นี่เป็น โรงเรียนวิถีพุทธ ชื่อของโรงเรียนเอง ยิ่งบอกอยู่ในตัวและโดยตรงถึงความสำคัญของการศึกษา

ชื่อโรงเรียนบอกว่าวิถีพุทธ คือวิถีทางของพุทธะ คำว่า “พุทธ” นั้นแปลว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ซึ่งเป็นความหมายที่สืบเนื่องมาจากปัญญานั่นเอง

พุทธะ มาจาก โพธิ เริ่มด้วยมี พุทธิ ซึ่งเป็นชื่อของปัญญาอย่างหนึ่ง แล้วก็พัฒนาสูงขึ้นไป จนสูงสุดเรียกว่าโพธิ พูดแบบไทยเป็นโพธิปัญญา แปลว่าปัญญาที่เป็นโพธิ หรือปัญญาขั้นที่เป็นโพธิ ใครได้บรรลุถึงโพธิ ผู้นั้นก็เป็นพุทธะ

เมื่อเป็นโรงเรียนวิถีพุทธ ก็เป็นโรงเรียนในวิถีแห่งปัญญา ที่จะทำให้เป็นพุทธ ที่จะทำให้เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ฉะนั้น ชื่อบ่งบอกอยู่ในตัวแล้วว่า ต้องโยงไปหาปัญญา

พร้อมกันนั้น โดยตัวระบบการศึกษาเอง สิ่งที่เป็นเนื้อหาสาระของการศึกษาในวิถีพุทธนั้น แน่นอน ทุกคนรู้กันเลยว่า คือ ไตรสิกขา

พอพูดว่าไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ก็จบลงด้วยปัญญา ซึ่งก็ชัดอีก ว่าโรงเรียนนี้จะต้องมีจุดเด่นที่สำคัญคือปัญญา เป็นจุดที่ทำให้บรรลุผล เพราะปัญญาที่สูงสุดก็คือโพธิ ที่ทำให้ผู้บรรลุเป็นพระพุทธเจ้า ถ้ายังไม่ถึงปัญญานี้ก็ยังไม่บรรลุผลสำเร็จ ฉะนั้น ปัญญาจึงเป็นตัวสำคัญ

แต่ก็จะมองเห็นในไตรสิกขานั้นว่า ปัญญานี้มาบนฐานของการพัฒนาที่พร้อมเป็นองค์รวม ซึ่งมีด้านอื่นๆ ของชีวิตพัฒนามาด้วยกัน คือ มีศีล มีสมาธิด้วย

เดิมทีเดียวนั้น คนก็รู้กันมานานแล้วว่า ในเรื่องของสังคม คนเราควรจะต้องอยู่ร่วมกันด้วยดี โดยประพฤติต่อกันในทางที่ไม่ทำร้าย ไม่เบียดเบียนกัน เป็นต้น ความประพฤติที่ดีนี่เป็นเรื่องที่เน้นกันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

แต่ไม่ใช่แค่อยู่ร่วมกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น ความเป็นอยู่โดยสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมทุกอย่าง จะต้องให้เป็นไปอย่างดีด้วย จึงต้องมองทั้งการอยู่ การกิน การดู การฟัง การทำการต่างๆ การใช้ กาย วาจา ในการพูดจาสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันทั้งหมด ก็ต้องเน้นให้คนมีความประพฤติดี ทั้งปฏิบัติดีต่อคนด้วยกัน และปฏิบัติถูกต้องต่อสิ่งแวดล้อมทุกอย่าง นี้คือมีศีล

แต่บางครั้งเราจะเห็นว่า ศีลนี่มีการเขว คือ มีการประพฤติปฏิบัตินอกทางออกไป บางทีก็เกินควร หรือบางทีก็มีจุดหมายพร่าหรือเขว และจุดหมายที่เขวก็มีต่างๆ เพื่ออย่างโน้น เพื่ออย่างนี้ แม้กระทั่งในหมู่คนที่บอกว่านับถือพระพุทธศาสนานี้เอง ก็ต้องระมัดระวัง

แม้แต่ถ้าพระภิกษุรูปใดประพฤติศีล เพื่อไปสวรรค์ ก็ผิดแล้ว เรียกว่าเป็นสีลัพพตปรามาส เป็นการถือศีลผิดจากความหมายและพลาดจากจุดหมาย

อย่างไรก็ตาม ศีลนั้นเป็นเรื่องอยู่แค่พฤติกรรม ที่สัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในโลก ทีนี้ ลึกเข้าไป พอถึงเรื่องของจิตใจ ก็มีจุดมองสำคัญที่สมาธิ ซึ่งทำให้จิตมั่นสนิทได้ที่ เป็นกัมมนีย์ คือเหมาะที่จะใช้งาน เริ่มตั้งแต่งานช่วยให้กุศลคือคุณสมบัติดีงามต่างๆ เจริญงอกงาม ไปจนถึงงานพัฒนาปัญญา

ในสมัยโบราณตั้งแต่นานก่อนพุทธกาล ก็มีผู้ที่เน้นในเรื่องจิตใจ คนยุคก่อนโน้นได้พยายามฝึกฝนพัฒนาจิต จนกระทั่งว่าตัดขาดจากสังคม ปลีกตัวออกจากสังคม ไปอยู่ในป่า บำเพ็ญสมาธิ จนกระทั่งได้บรรลุฌานสมาบัติ ถึงกับได้อภิญญาต่างๆ ดังเรื่องของฤาษีชีไพรในชาดก

แต่แล้วจุดตันของฤาษีดาบสเหล่านั้น ก็คือท่านเหล่านั้นดิ่ง ลึกลงไปๆ แล้วกลายเป็นว่าไปได้สมาธิที่เพลินกับความสุข ติดอยู่ในความสุข หรือไม่อย่างนั้นก็อยากได้สมาธิเพื่อมีพลังจิตที่ยิ่งใหญ่ จะได้มีฤทธิ์ มีปาฏิหาริย์

นี่คือเรื่องของมนุษย์ที่เดินหน้ากันมาแล้วในแดนของศีล และแดนของสมาธิ คือเรื่องของพฤติกรรม รวมทั้งการสัมพันธ์กับโลก แล้วก็เรื่องจิตใจ ซึ่งมีทั้งทางที่ถูกและทางที่ผิด แต่รวมแล้วถ้าจบอยู่กับสองอย่างนี้ ก็ตัน

ทั้งเรื่องศีล และเรื่องสมาธินั้น พระพุทธเจ้าได้ทรงไปทดลองปฏิบัติในสำนักต่างๆ ที่มีความเชี่ยวชาญ แล้วในที่สุดก็ทรงมา พัฒนาวิธีการของพระองค์ขึ้นใหม่ โดยเฉพาะส่วนสำคัญก็คือเติมปัญญาเข้าไป

ว่าโดยทั่วไป ปัญญานี้เป็นตัวรู้และเป็นตัวจัดตัวปรับ หรือตัวจัดการ เริ่มตั้งแต่รู้ว่าจุดหมายอยู่ที่ไหน อะไรที่จะให้ไปถึงจุดหมายได้ ศีลแค่ไหน สมาธิแค่ไหน ทำเพื่ออะไร และแค่ไหนจึงจะพอดี แล้วปัญญาก็บอกให้จัดการได้ตามนั้น ถ้าไม่มีปัญญา ก็จัดการอะไรไม่ได้

พอมีปัญญารู้แล้วก็จัดการได้ถูกต้อง ก็จัดก็ปรับก็แก้ และตะล่อมให้เรื่องศีล ที่สัมพันธ์ทางด้านกายภาพ รวมทั้งสัมพันธ์กับโลกวัตถุและโลกมนุษย์ของคนทั่วไปในสังคม และเรื่องสมาธิด้านจิตใจให้เข้าสู่แนวทาง จนเกิดเป็นมัชฌิมาขึ้นมา คือเป็นทางสายกลางพอดี การจัดปรับทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องของปัญญา เริ่มด้วยสัมมาทิฏฐิเป็นต้นไป

ปัญญาเริ่มด้วยสัมมาทิฏฐิ คือความเห็นถูกต้อง พอตัวความเห็นถูกต้อง หรือปัญญาเห็นชอบเข้ามาแล้ว ก็จัดปรับให้ศีล สมาธิ มาเข้าสู่แนวทางที่ถูกต้อง เข้าสู่วิถีพุทธ ต้องเน้นว่าปัญญาเป็นตัวจัดตัวปรับ

โรงเรียนต้องช่วยสังคมไทย อนุรักษ์ความเจริญทางจิตใจและก้าวไปในปัญญา

ถึงจะเริ่มต้นถูกที่ แต่จะก้าวไปดี ต้องมีความชัดเจน ร.ร.วิถีพุทธต้องสร้างสรรค์มนุษย์ ผู้มีชีวิตอันดี ที่การพัฒนาปัญญาประสานกับการพัฒนากายวาจาและจิตใจ

No Comments

Comments are closed.