- – ๑ – ความรัก
- – ๒ – จากวาเลนไทน์ สู่ความเป็นไทย
- วันแห่งความรักแท้
- คนเรานี้ มีศักยภาพทั้งทางดีและทางร้าย
- จะมองกันเป็นพี่น้อง หรือมองคนเป็นวัตถุเสพ
- สังคมไทยจะเลือกไปทางไหน
- เป็นกรรมของสังคม ที่เราสร้างเราสะสมขึ้นมาเอง
- รีบแก้ไขปัญหา ด้วยการพัฒนาคนให้ถูกทาง
- ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ฝากความสุขของตน ไว้กับความสุขของประชาชน
- รักแท้-รักเทียม ดูอย่างไร
- ดูคนไทยในวันวาเลนไทน์ ก็พอรู้ได้ว่าจะพาสังคมไปไหวไหม
- เป็นคนก็ต้องรู้จักพัฒนาตนกันบ้าง
- สังคมที่ฉลาด ต้องรู้จักจัดการกับนักเสพนักเอา
- เด็กไทยต้องเป็นนักทำ
- สังคมไทยจะเดินหน้า ต้องพัฒนาฉันทะและเมตตาขึ้นมาให้ได้
- อยู่กันด้วยความรักแท้ที่ยั่งยืน จะได้สุขสดชื่นตลอดไป
- คำปรารภ
สังคมที่ฉลาด ต้องรู้จักจัดการกับนักเสพนักเอา
คนเรานี้มี “ความอยาก” สองด้านหรือสองระดับ คือ ด้านหนึ่งอยากเสพและอยากได้ อยากเสพคืออยากบำรุงบำเรอปรนเปรอตัวเองทางตาหูจมูกลิ้นกาย แล้วก็อยากได้มาเพื่อเสพ อยากเสพเรียกว่าตัณหา อยากได้เรียกว่าโลภะ สองตัวนี้มาด้วยกัน
พวกอยากเสพอยากได้นี้มันไม่อยากทำ คือไม่อยากทำงาน ไม่อยากทำการสร้างสรรค์ เพราะฉะนั้นถ้ามีทางได้โดยไม่ต้องทำก็เอาแต่ได้ เช่นอยากได้อะไรก็ไปหยิบฉวยของเขา ลักขโมยเอา หรือไปอ้อนวอน ไปเล่นการพนัน รวมทั้งทุจริตอะไรก็แล้วแต่ ที่จะให้ได้โดยไม่ต้องทำ
เพราะเหตุนี้ ในสังคมที่ฉลาด ผู้บริหารประเทศก็จะจัดตั้งระบบเงื่อนไขขึ้นมาว่า เธอจะได้เธอต้องทำ แล้วก็ตั้งระบบควบคุมว่าถ้าแกไม่ทำแกจะไม่มีทางได้ สังคมที่ฉลาดก็จัดการกับคนโลภด้วยวิธีตั้งเงื่อนไขแบบนี้ โดยมีกติกากฎเกณฑ์ขึ้นมาให้ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นหลักประกันว่าต้องทำจึงจะได้ และถ้าได้มาโดยไม่ทำจะต้องถูกลงโทษ
รวมความว่าสังคมที่จัดการกับคนโลภนี่ หนึ่ง ต้องมีระบบเงื่อนไขที่รัดกุม สอง ต้องมีกฎกติกาที่ศักดิ์สิทธิ์
แต่สังคมไทยนี้จะจัดการกับคนโลภก็จัดการไม่เป็น ทำให้เปิดทางแก่การทุจริตคอร์รัปชั่น เปิดทางแก่การไปเล่นการพนันอ้อนวอนอะไรต่ออะไร คือหาทางได้โดยไม่ต้องทำ ซึ่งเป็นพวกโลภกับตัณหา จำไว้ว่าด้านหนึ่งพวกตัณหาอยากเสพและโลภะอยากได้ พวกนี้ไม่อยากทำ ต้องพยายามจัดระบบเงื่อนไขให้ดี ตั้งกฎกติกาให้ศักดิ์สิทธิ์ มีกฎหมายที่รัดกุมอย่างที่ว่าเมื่อกี้ เพื่อผันความโลภให้เป็นการทำงานให้ได้

No Comments
Comments are closed.