- (นำเรื่อง)
- (จริยธรรมที่เป็นมาและที่เป็นอยู่นั้น เป็นอย่างไร)
- (ปัญหาเกี่ยวกับคำว่า “มานะ” และ “อยาก”)
- (ผลเสียของ “มานะ”)
- (“ฉันทะ” และ “ตัณหา” กับหนทางแห่งการพัฒนา)
- (กิเลส ๓: ตัณหา มานะ ทิฐิ)
- (ใช้กุศลธรรมใด แทนกิเลสทั้งสาม)
- (หลักการพื้นฐานเพื่อการพัฒนาจริยธรรม)
- (จริยธรรมที่พึงระวัง)
- (คุณธรรมที่แฝงในนิสัยนักศึกษา)
- (คุณธรรมที่เป็นหลักสำคัญของประชาธิปไตย)
- (จริยธรรมเพื่อการแก้ไขปัญหาสังคม)
- (ความเชื่อที่งมงาย และการปฏิบัติที่งมงาย)
- (การเสพติดทางจิตใจ)
- (สภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ ผลกระทบต่อคนรุ่นใหม่)
- (บทสรุป)
ต่อไปนี้ อาตมภาพจะขอตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ หัวข้อจริยธรรม สักสองเรื่องที่ถือว่ามีความสำคัญมาก และในปัจจุบันก็มีความเคลื่อนคลาด ซึ่งมองเห็นว่าจำเป็นจะต้องทำให้ชัดเจนขึ้นมา ถ้าหากว่าเราต้องการจริยธรรมที่เหมาะสมสำหรับสังคมปัจจุบัน หรือต้องการให้คนรุ่นใหม่นี้เติบโตขึ้นเป็นผู้รับผิดชอบสังคมอย่างได้ผลดี ขอยกตัวอย่างคำพูดประโยคหนึ่งว่า “เออ อุตส่าห์มานะเล่าเรียนเข้าเถิดนะ ต่อไปจะได้เป็นเจ้าคนนายคน” คำนี้มีความหมายที่แสดงอะไรบ้างในทางจริยธรรมที่ผ่านมาในสังคมไทย
คำที่อาตมภาพต้องการให้สังเกตในที่นี้ก็คือคำว่า “มานะ” คำว่ามานะนี้เป็นภาษาไทยปัจจุบันเข้าใจว่าอย่างไร บางทีเราใช้พูดควบคู่กับคำว่าพยายาม เป็นมานะพยายาม คือคนทั่วไปเข้าใจคำว่ามานะ ในความหมายที่เป็นไวพจน์ คือเป็นคำที่มีความหมายอย่างเดียวกับคำว่าพยายาม เพราะฉะนั้นในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานปัจจุบันนี้ จึงให้ความหมายหนึ่งไว้ด้วยว่า มานะแปลว่าพยายาม แต่ถ้าเรามองในทางธรรมแล้ว มานะไม่ได้มีความหมายอย่างนี้เลย เป็นการแน่นอน
มานะนั้นเป็นกิเลสสำคัญอย่างหนึ่ง เป็นกิเลสที่พระอรหันต์จึงจะละได้หมด แต่เป็นกิเลสที่มีความสำคัญมากในชีวิตของปุถุชน เป็นตัวครอบงำบงการการดำเนินชีวิตของคนไม่น้อยทีเดียว มานะนี้แปลว่าความถือตัว ความสำคัญตนว่า สูง เด่น ต่ำต้อย ด้อย หรือเท่าเทียมผู้อื่น ความรู้สึกเทียบเขาเทียบเรา หรือความอยากเด่นอยากใหญ่โตเหนือผู้อื่น นี้คือมานะที่แท้จริง
ทีนี้ ปัญหาเกิดขึ้นว่า คำว่ามานะนี้ได้กลายความหมายมาเป็นพยายามได้อย่างไร นี้เป็นเรื่องที่น่าศึกษา ถ้าตอบคำถามนี้ได้ ก็อาจจะเข้าใจความเป็นมาของจริยธรรมในสังคมไทยด้วย เราน่าจะลองใช้การสันนิษฐาน แต่ตอนนี้จะพักไว้ก่อน
อีกเรื่องหนึ่ง คือ คนที่มีศีลธรรม โดยเฉพาะคนที่ได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธทั่วๆ ไป มักจะกลัวหรือเกลียดคำว่า “อยาก” รู้สึกไม่สบายใจที่จะมีความอยาก หรือพูดว่าอยาก รังเกียจคำว่าอยาก อาจจะถึงกับต้องแสดงตนว่าเป็นคนไม่อยากได้อยากดี ไม่อยากไม่เอาอะไรต่างๆ คือ พยายามแสดงตนว่าเป็นคนไม่มีความอยาก จะได้เป็นผู้ที่ชื่อว่าเจริญก้าวหน้าในธรรม มีกิเลสน้อย เรื่องนี้เป็นปัญหาและมีความเคลื่อนคลาดมาก จะต้องนำมาทำความเข้าใจกัน ก่อนที่จะก้าวไปสู่จริยธรรมปลีกย่อยอื่นๆ ถือว่าเป็นเรื่องหลักสำคัญมากอย่างหนึ่ง

No Comments
Comments are closed.