- – ๑ – ความรัก
- – ๒ – จากวาเลนไทน์ สู่ความเป็นไทย
- วันแห่งความรักแท้
- คนเรานี้ มีศักยภาพทั้งทางดีและทางร้าย
- จะมองกันเป็นพี่น้อง หรือมองคนเป็นวัตถุเสพ
- สังคมไทยจะเลือกไปทางไหน
- เป็นกรรมของสังคม ที่เราสร้างเราสะสมขึ้นมาเอง
- รีบแก้ไขปัญหา ด้วยการพัฒนาคนให้ถูกทาง
- ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ฝากความสุขของตน ไว้กับความสุขของประชาชน
- รักแท้-รักเทียม ดูอย่างไร
- ดูคนไทยในวันวาเลนไทน์ ก็พอรู้ได้ว่าจะพาสังคมไปไหวไหม
- เป็นคนก็ต้องรู้จักพัฒนาตนกันบ้าง
- สังคมที่ฉลาด ต้องรู้จักจัดการกับนักเสพนักเอา
- เด็กไทยต้องเป็นนักทำ
- สังคมไทยจะเดินหน้า ต้องพัฒนาฉันทะและเมตตาขึ้นมาให้ได้
- อยู่กันด้วยความรักแท้ที่ยั่งยืน จะได้สุขสดชื่นตลอดไป
- คำปรารภ
รักแท้-รักเทียม ดูอย่างไร
ตอนนี้ทุกคนจะต้องมาช่วยกันฟื้นฟูหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า เอาวันมาฆบูชานี้เป็นตัวอย่างที่เตือนจิตสำนึก ถ้าเรามองวันมาฆบูชาแล้วนึกถึงพระอรหันต์ทั้งหลาย ที่มาประชุมกันในวันนั้นด้วยใจมุ่งจะไปทำงานเพื่อประโยชน์สุขแก่ประชาชน วันมาฆบูชาก็เป็นวันแห่งความรักที่แท้ แต่ความรักในที่นี้หมายถึงรักประชาชนและรักประโยชน์สุขของประชาชน คืออยากจะเห็นคนทั้งหลายเป็นสุข
ความรักในความหมายที่แท้คืออยากเห็นเขาเป็นสุข เหมือนอย่างพ่อแม่รักลูก ก็คืออยากเห็นลูกเป็นสุข แต่ยังมีความรักอีกแบบหนึ่ง คือความรักที่อยากได้เขามาทำให้ตัวเป็นสุข อย่างนี้ไม่ใช่รักเขาจริงหรอก เป็นความรักเทียม คือราคะนั่นเอง
ความรักมี ๒ ประเภท ทุกคนต้องจำไว้ให้แม่น คือ
- ความรักที่อยากได้เขามาทำให้ตัวเราเป็นสุข ความรักแบบนี้ต้องได้ต้องเอา ซึ่งอาจจะทำให้คนอื่นเป็นทุกข์ หรือต้องมีการแย่งชิงกัน คนทั่วไปที่มีชีวิตอยู่กับความชอบใจไม่ชอบใจ ยังไม่ได้ขัดเกลาจิตใจ จะมีความรักประเภทนี้ก่อน แต่เมื่อความเป็นมนุษย์พัฒนาขึ้น ก็จะมีความรักที่แท้จริงในข้อต่อไปมากขึ้น คือ
- ความรักที่อยากเห็นเขามีความสุข พออยากเห็นเขาเป็นสุขก็อยากทำให้เขาเป็นสุข พอทำให้เขาเป็นสุขได้ฉันก็เป็นสุขด้วย เหมือนพ่อแม่อยากเห็นลูกมีความสุข พอทำให้ลูกเป็นสุขได้ ตัวเองก็เป็นสุขด้วย จึงเป็นความรักที่พร้อมจะให้ และสุขด้วยกัน
ความรักที่พึงประสงค์ คือความรักประเภทที่ ๒ ซึ่งเป็นความรักแท้ ได้แก่ความรักที่อยากให้เขาเป็นสุข เวลานี้เรามีวันแห่งความรัก แต่ไม่รู้ว่าเป็นรักประเภทไหน รักจะได้จะเอาเพื่อตนเอง หรือรักอยากให้เขาเป็นสุข ก็ไปพิจารณาให้ดี

No Comments
Comments are closed.