ถึงจะแต่งงานไป แต่ใจของพ่อแม่คอยดูแลอยู่ใกล้ๆ

1 สิงหาคม 2544

ถึงจะแต่งงานไป แต่ใจของพ่อแม่คอยดูแลอยู่ใกล้ๆ

เมื่อมองให้ถูกต้อง การแต่งงานคราวนี้จึงมีความหมายมาก ไม่ใช่เป็นเรื่องของความรักเฉพาะคู่บ่าวสาวเท่านั้น แต่เป็นความรักที่โยงไปหาคุณพ่อคุณแม่ด้วย

ตอนนี้คุณพ่อคุณแม่ก็เท่ากับว่ามีความสุขไปขั้นหนึ่ง คือมั่นใจในลูกทั้งสองว่าการแต่งงานเริ่มต้นและดำเนินมาด้วยดีแล้ว แต่อีกขั้นหนึ่งความสุขของท่านฝากไว้กับอนาคตว่า ถ้าลูกดำเนินชีวิตไปดีมีความเจริญมั่นคง อันนั้นคือความสุขที่แท้ของท่าน

เพราะฉะนั้น ลูกจึงต้องพยายามให้ท่านได้ยินข่าวดีเรื่อยไป ที่จะทำให้ท่านเกิดความมั่นใจ ไม่เกิดความหนักใจ ยิ่งลูกไปอยู่ต่างประเทศไกลๆ ก็เหมือนมีเสียงเตือนใจที่คอยบอกว่า คุณพ่อคุณแม่อยู่เมืองไทยนึกถึงอยู่ตลอดเวลา เพราะว่าพ่อแม่รักลูก จึงฝากความสุขทุกข์ ฝากใจไว้กับลูก เพราะฉะนั้นถ้ามีข่าวดีพ่อแม่ก็มีความสุข อิ่มใจสบายใจ

จึงควรตั้งหลักไว้ว่า จะพยายามให้คุณพ่อคุณแม่ได้ยินแต่ข่าวดี การที่จะให้คุณพ่อคุณแม่ได้ยินข่าวดี ก็คือตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ทำหน้าที่การงาน และดำเนินชีวิตในทางที่ดีงามถูกต้อง โดยเฉพาะทั้งสองคนมีความสามัคคีประพฤติดีต่อกัน เมื่อได้ยินข่าวอย่างนี้คราวใด คุณพ่อคุณแม่ก็มีความสุขทุกทีไป แล้วก็มองไปข้างหน้าโดยมีความหวังในความสุขนั้นยิ่งขึ้น

การที่จะให้ความสุขมาร่วมกันหมดทุกฝ่ายอย่างนี้ ทั้งสองคู่บ่าวสาวเองจะต้องพัฒนาความรักคือเมตตานี้ขึ้นมาระหว่างกัน แล้วความสุขนี้ก็จะโยงไปถึงคุณพ่อคุณแม่เอง

ถ้าทั้งสองฝ่ายมีความรักแบบที่ว่าอยากให้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นสุข ฐานที่มั่นคงก็จะเกิดขึ้น ต่างก็พยายามที่จะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งมีความสุข แล้วชีวิตคู่ก็จะมีความสุขอย่างแน่นอน

การปฏิบัติเช่นนี้เป็นเรื่องของคุณธรรม เพราะฉะนั้นในทางพระศาสนาจึงได้สั่งสอนแนะนำหลักการครองเรือนไว้

วันนี้อาตมภาพจึงจะขอยกธรรมะสักชุดหนึ่งขึ้นมาเป็นตัวอย่าง แม้ว่าธรรมะสำหรับคู่สมรสจะมีหลายชุด แต่ชุดหนึ่งที่เราพูดกันบ่อยและเห็นว่าง่ายดี น่าจะทบทวนกันไว้ ก็คือหลักที่เรียกว่า “ฆราวาสธรรม”

ครองเรือน-ครองรัก จักเลิศแท้ ด้วยครองธรรม

คู่สมรส ต้องพัฒนาความรัก จะครองรักไว้ได้ ก็ต้องครองเรือนให้ดีด้วย

No Comments

Comments are closed.