- ครองเรือน-ครองรัก จักเลิศแท้ ด้วยครองธรรม
- ความรักและศรัทธา กลั่นออกมาเป็นพร
- รักที่อยากหาความสุข กับรักที่อยากให้เขาเป็นสุข
- คู่สมรส ต้องพัฒนาความรัก
- ถึงจะแต่งงานไป แต่ใจของพ่อแม่คอยดูแลอยู่ใกล้ๆ
- จะครองรักไว้ได้ ก็ต้องครองเรือนให้ดีด้วย
- ความจริงใจต่อกัน เป็นฐานที่มั่นของชีวิตคู่ครอง
- ปรับตัวได้ ให้ข้อแตกต่างเป็นส่วนเติมเต็ม
- เกิดเป็นคนควรฝึกตนเรื่อยไป
- อยู่ร่วมกันจะมีความหมายแท้ เมื่อเอาความเข้มแข็งมาเพิ่มกำลังกัน
- อดทนสามด้าน จะผ่านพ้นอุปสรรคสู่ความสำเร็จ
- รวมกำลังกันได้แล้ว ก็มาเพิ่มพูนแผ่ขยายความสุขให้ไพศาล
- คู่ครองเป็นคู่มิตร มาช่วยกันพัฒนาชีวิตพัฒนาสังคม
- ร่วมกันปลูกมงคลพฤกษ์ เพื่อชีวิตสมรสที่เป็นสุขและมีคุณค่า
- พรแห่งธรรม นำความรักสู่การสร้างสรรค์
อดทนสามด้าน จะผ่านพ้นอุปสรรคสู่ความสำเร็จ
ในการอยู่ร่วมกันนั้น ความเข้มแข็งอดทนจะแสดงออกมาในชีวิตประจำวัน ตามที่ท่านแยกไว้เป็น ๓ ด้าน
ด้านที่ ๑ คือ อดทนต่อความลำบากตรากตรำ ธรรมดาความลำบากตรากตรำนี้จะเน้นไปในแง่การประกอบอาชีพการงาน รวมทั้งการศึกษาเล่าเรียน ซึ่งต้องใช้ความอดทนบ่อยๆ เช่น บางทีมีเหตุจำเป็นให้ต้องอยู่ดึกบ้าง ต้องฝ่าแดดฝ่าฝนบ้าง เพราะดินฟ้าอากาศไม่เข้าข้างใคร แต่เราจะต้องสู้ หรือแม้แต่ตัวงานนั้นเองที่ยากก็ต้องตรากตรำ
นี้คือด้านที่ ๑ ความเข้มแข็ง อดทนต่อความลำบากตรากตรำได้ ไม่ท้อถอย ไม่อ่อนแอ ไม่ระย่อ นี่เป็นคุณสมบัติสำคัญ พระพุทธเจ้า ตั้งแต่ยังเป็นพระโพธิสัตว์ ถ้าไม่มีขันตินี้ จะไม่มีทางสำเร็จโพธิญาณ เพราะฉะนั้นจะต้องมีขันติด้านที่ ๑ อดทนต่อความลำบากตรากตรำได้
ด้านที่ ๒ คือ อดทนต่อทุกขเวทนา เป็นธรรมดาของชีวิตมนุษย์ บางทีเราก็เจ็บปวดเมื่อยล้า แม้แต่นั่งอยู่ที่นี่เดี๋ยวก็อาจจะเมื่อยล้าขึ้นมา หรือบางคราวเราก็เจ็บไข้
คนที่มีความอดทนจะไม่โวยวาย ไม่งอแง แต่จะอยู่ในเหตุผล และทำตามเหตุผล เมื่อมีโรคมีภัยเจ็บไข้ก็รักษาไปตามเหตุผล ไม่ใช่ปล่อยไว้ ถ้าปล่อยไว้ก็ไม่ใช่อดทน แต่ท่านเรียกว่าประมาท ซึ่งก็เสียอีก คืออดทนในทางจิตใจที่สู้ได้ แต่ต้องทำการแก้ไขไปตามเหตุผลให้ถูกต้อง ข้อนี้เรียกว่าอดทนต่อทุกขเวทนา
ด้านที่ ๓ คือ อดทนต่อสิ่งกระทบกระทั่งใจ ข้อนี้ตรงกับที่โบราณพูดว่า “ลิ้นกับฟันก็ยังกระทบกันได้” กล่าวคือ เมื่อคนมาอยู่ร่วมกัน แม้ไม่เจตนา ก็มีทางที่อาจจะพูดไปโดยพลั้งเผลอ แล้วก็ไปกระทบกระเทือนจิตใจอีกฝ่ายหนึ่ง หรือกิริยาอาการบางอย่างที่แสดงออกไปแม้ไม่ได้ตั้งใจ ก็กระทบกระเทือนกันได้ ซึ่งเราควรใช้เป็นเครื่องทดสอบตัวเอง เป็นเครื่องพิสูจน์ความอดทน ไม่วู่วาม ไม่เอาอารมณ์ แต่ใช้ปัญญา
เมื่อใช้ปัญญาก็กลับไปข้อ ๒ คือ ทมะ การฝึกตน ซึ่งเป็นเรื่องของการรู้จักคิดพิจารณา คือแทนที่ว่าถูกอารมณ์กระทบกระทั่งแล้วจะวู่วาม เราก็ไม่หมุนไปตามอารมณ์ แต่เราเอาเหตุผล โดยหันมาใช้ข้อ ๒ ทมะ มาปรับมาฝึกมาแก้ จึงได้ข้อ ๒ กับข้อ ๓ มาประสานกัน
รวมความว่าข้อ ๓ เป็นเรื่องที่ว่าจะช่วยให้เรามีความเข้มแข็ง ยืนหยัด ฝ่าฟันสิ่งกีดขวางต่างๆ ไปได้

No Comments
Comments are closed.