สังคมไทยอยู่ในภาวะอ่อนแอ

2 ตุลาคม 2546

สังคมไทยอยู่ในภาวะอ่อนแอ

อย่างไรก็ตาม สังคมไทยของเรา หรือแผ่นดินไทย เวลานี้ ในแง่หนึ่งก็เหมือนกับประเทศทั้งหลายทั่วโลก ที่มีปัญหากันมาก นอกจากปัญหาที่ร่วมกันแล้ว ก็ยังมีปัญหาพิเศษเฉพาะของตนเองอีก

ทุกวันนี้ หนังสือพิมพ์ก็ลงข่าว สื่อต่างๆ ก็เผยแพร่เรื่องราว ซึ่งล้วนเป็นข่าวสารข้อมูลที่ชี้ให้เห็นสภาพสังคมไทย ในทางที่บ่นกันว่าไม่น่าปรารถนา เป็นความเสื่อม หรืออ่อนแอ ไม่มีกำลังที่จะสร้างอนาคต

ที่ว่าเสื่อม ก็หมายความว่า เคยเดินมาได้ดีก้าวหน้าเจริญงอกงาม หรืออย่างน้อยทรงตัวได้ แต่ตอนนี้เสื่อม ก็คือถอยลงไป หรือทรุดลงไป แย่กว่าเดิม

ความหมายอีกอย่างหนึ่งก็คือ ไม่มีกำลังที่จะไปสร้างสรรค์ทำอะไร แม้แต่ในยุคนี้ ที่นิยมเรียกว่าเป็นยุคแห่งการแข่งขัน ก็ไม่มีกำลังแม้แต่จะไปแข่งขันสู้เขาได้ ไม่ต้องพูดถึงว่าจะไปช่วยแก้ปัญหาของโลก เพราะในโลกสมัยนี้ คนที่จะก้าวไปแก้ปัญหาได้ก็ต้องเก่งถึงขั้นผ่านการแข่งขันไปได้ก่อน

การแข่งขันเป็นปัญหาในตัวอยู่แล้ว เรากำลังขาดแคลนผู้ที่จะมาแก้ปัญหาให้แก่โลก โลกเดี๋ยวนี้ได้แค่มีประเทศที่เก่งในการแข่งขัน แต่ไม่มีประเทศที่มีความสามารถเหนือการแข่งขัน ที่จะไปแก้ปัญหาของโลก คือปัญหาที่เกิดจากการแข่งขันแย่งชิงกันนั้นได้

ถ้าประเทศไทยเรา ไม่มีความสามารถ แม้แต่จะแข่งกับเขา ก็หมอบคลานหรือจมอยู่ข้างล่างเสียแล้ว จะยืนตัวยืดตัวหรือก้าวขึ้นไปแก้ปัญหาของโลกได้อย่างไร

ขณะนี้เราได้เห็นสภาพที่ส่อถึงความเสื่อมโทรมอ่อนแอในสังคมไทยมากมาย และสภาพที่อ่อนแอนั้นก็มีหลายด้าน

เริ่มด้วยอ่อนแอทางกาย คือเรื่องสุขภาพ อันนั้นก็มีปัญหาด้านโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งในที่นี้ไม่จำเป็นต้องพูดถึง

จากนั้น ความอ่อนแอในด้านพฤติกรรม คือมีพฤติกรรมที่ไม่ดีไม่งาม ไม่เป็นไปเพื่อการสร้างสรรค์ เป็นพฤติกรรมที่ไม่มีหลัก ควบคุมตัวเองไม่ได้ ไม่สามารถตั้งตัวอยู่ในกฎกติกา เป็นต้น

ด้านต่อไป ความอ่อนแอทางจิตใจ คือมีจิตใจที่ไม่เข้มแข็ง ไม่มีกำลัง ขาดความเพียรพยายาม ระย่อ ท้อถอย ไม่สู้ความเหนื่อยยาก ไม่สามารถตั้งมั่นอยู่ในหลักการอะไรต่างๆ ได้ แล้วก็ถูกชักจูงไปในทางที่เหลวไหล ในทางที่เสื่อมทรามได้ง่าย

แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ ความอ่อนแอทางปัญญา มนุษย์นั้นถ้าปัญญาอ่อนแอ ถึงจะมีพลังอื่นดี แต่ถ้าไม่มีพลังปัญญา ก็ทำอะไรไม่ลุล่วง ไม่สำเร็จ

สังคมไทยของเราเวลานี้ ไม่ต้องพูดถึงความเสื่อมโทรมด้านอื่น ที่มีข่าวคราวมากมาย เริ่มตั้งแต่ด้านพฤติกรรม ที่กลาดเกลื่อนไปด้วยอบายมุข เรื่องการประทุษร้ายเบียดเบียนแย่งชิง อาชญากรรมประเภทต่างๆ เต็มไปด้วยการละเมิดศีลตั้งแต่ข้อ ๑ ถึงข้อ ๕ ซึ่งเห็นได้ง่ายอยู่แล้ว

พูดถึงด้านสำคัญที่สุด คือข้อสุดท้ายเลย ได้แก่ความเสื่อมโทรมทางปัญญา อย่างเมื่อวานนี้ ก็มีข่าวหนังสือพิมพ์ลงพอดี ว่าผลของการวิจัยออกมาทาง สกว. บอกถึงภาวะของเด็กไทยเราปัจจุบันนี้ แสดงผลของการพัฒนาแบบองค์รวม โดยที่ว่าคณะทำงานวิจัยชุดนี้ ได้ไปค้นคว้าตรวจสอบมา ได้ข้อสรุปว่า เด็กไทยปัจจุบันนี้ ยิ่งโตขึ้น ยิ่งมีสติปัญญาลดลง

หมายความว่า เด็กไทยสมัยนี้ เมื่อเรียนชั้นประถมยังมีไอคิวสูงหน่อย พอโตขึ้นไปเป็นนักเรียนมัธยมวัยรุ่น กลับมีสติปัญญาความคิดลดลง ซึ่งไม่น่าจะเป็น เพราะความจริงแล้วไอคิวควรจะสูงขึ้น

สภาพอย่างนี้เป็นเรื่องที่น่าห่วงใย และเป็นความอ่อนแอทางปัญญาแน่นอน ถ้าคนไทยอ่อนแอทางปัญญาแล้ว จะรักษาประเทศชาติสังคมไว้ได้อย่างไร ไม่ต้องพูดถึงว่าจะนำไปสู่ความเจริญก้าวหน้า

ปัญหานี้เป็นเรื่องที่ถือว่ายิ่งใหญ่มาก แต่เป็นความยิ่งใหญ่ในทางลบ เป็นความยิ่งใหญ่ในทางเสื่อม ไม่ใช่ทางเจริญ

สังคมจะเฟื่องฟู ต้องเชิดชูบัณฑิต

ประทีปแห่งแผ่นดิน สังคมไทยมาได้ดีทางจิตใจ แต่ไปได้ไม่ไกลทางปัญญา

No Comments

Comments are closed.