จะประสานงาน ต้องประสานคน ให้อยู่ในเอกภาพ และสามัคคี

3 เมษายน 2539

จะประสานงาน ต้องประสานคน
ให้อยู่ในเอกภาพ และสามัคคี

วันนี้อาตมาพูดมาตั้งแต่บ่ายโมงครึ่งถึงสามโมงครึ่ง ก็สองชั่วโมงพอดี คงจะได้เวลายุติ แต่อยากจะฝากปิดท้ายไว้สักนิดหนึ่งว่า พรหมวิหาร ๔ นี้ เป็นคุณธรรมประจำในใจ เมื่อออกสู่การปฏิบัติ จะมีหลักธรรมอีกชุดหนึ่งมารับช่วง ซึ่งเป็นภาคปฏิบัติการ ใครทราบบ้างว่า ธรรมภาคปฏิบัติการที่รับช่วงต่อจากพรหมวิหารนี่คืออะไร ขอให้ลองทายดู มี ๔ ข้อเหมือนกัน เท่ากัน รับกันพอดีเลย ได้ยินแว่วๆ ว่า “สังคหวัตถุ ๔” ถูกต้อง เก่งมาก

สังคหวัตถุ แปลว่า “หลักแห่งการสงเคราะห์” สงเคราะห์ เราแปลกันว่าช่วยเหลือ แต่ที่จริงการสงเคราะห์นั้นตัวศัพท์เองแปลว่า ยึดเหนี่ยว ประสาน ประมวล หรือรวมเข้าด้วยกัน หมายความว่า สังคมของเรานี้จะรวมกันเป็นปึกแผ่นมีเอกภาพด้วยการปฏิบัติตามหลัก ๔ ข้อนี้ สังคหะ รวมเข้าด้วยกัน โดยยึดเหนี่ยวใจคนและประสานหมู่ชนไว้ในสามัคคี สังคหวัตถุ ๔ มีอะไรบ้าง? และรับกันกับพรหมวิหาร ๔ อย่างไร?

๑. ทาน ให้ปัน

๒. ปิยวาจา พูดด้วยใจรัก

๓. อัตถจริยา บำเพ็ญประโยชน์ เอาแรงกายเข้าช่วย

๔. สมานัตตตา ความมีตนเสมอ ทำตัวให้เข้ากับเขาได้

ถ้าใช้คำว่าช่วยเหลือ ก็จะได้ความหมายดังนี้

๑. ทาน ช่วยด้วยเงินทองสิ่งของ

๒. ปิยวาจา ช่วยด้วยถ้อยคำ

๓. อัตถจริยา ช่วยด้วยเรี่ยวแรงกำลังกาย

๔. สมานัตตตา เอาตัวเข้าสมาน เข้าถึงตัว ไปอยู่ด้วยกัน

สามข้อแรกเป็นความสัมพันธ์ต่อกัน ส่วนข้อที่ ๔ เข้าคลุกอยู่ด้วยกันเลย ทีนี้ ๔ ข้อนี่ รับช่วงปฏิบัติการต่อจากพรหมวิหารในใจ อย่างไร?

๑. ทาน ให้ปัน

ก) ให้ด้วยเมตตา เขาอยู่เป็นปกติ ไม่ได้ทุกข์เดือดร้อนอะไร เราก็เผื่อแผ่ แบ่งปัน แสดงน้ำใจต่อกัน อย่างสมัยโบราณอยู่บ้านข้างเคียง บ้านนี้ ทำกับข้าว ทำแกง ก็แบ่งเอาไปให้บ้านโน้น

ข) ให้ด้วยกรุณา เขาเป็นทุกข์ เช่น ไฟไหม้ เดือดร้อน เราก็ให้เงินทอง ให้เสื้อผ้าอาหารเครื่องใช้

ค) ให้ด้วยมุทิตา เขาทำสิ่งดีงาม แต่ขาดทุนรอน เราก็ส่งเสริม ให้ทุนรอนสนับสนุน

๒. ปิยวาจา พูดอย่างรักกัน

ก) พูดดีด้วยเมตตา ในยามปกติ ก็พูดจาสุภาพ พูดอย่างเป็นมิตร แสดงน้ำใจ ทักทายปราศรัยกัน

ข) พูดดีด้วยกรุณา เวลาเขาเดือดร้อน มีทุกข์ มีปัญหา ก็ปลอบโยน ให้กำลังใจ แนะนำ บอกวิธีแก้ปัญหาให้ ดังเช่น คุณหมอและพยาบาลแนะนำคนไข้และญาติคนไข้ให้เข้าใจเรื่องโรคภัยไข้เจ็บและการปฏิบัติตัว ตลอดจนปลอบใจให้กำลังใจ

ค) พูดดีด้วยมุทิตา คือ เมื่อเขาทำดีงาม ประสบความสำเร็จ ก็พูดสนับสนุน ให้กำลังใจ ส่งเสริมให้ช่วยกัน

๓. อัตถจริยา ทำประโยชน์ให้เขา

ก) ช่วยทำประโยชน์ด้วยเมตตา คือในยามปกติเราอยู่ด้วยกันกับเขา มีอะไรพอจะช่วยกันได้ ก็ช่วยกัน เช่นยกเก้าอี้ให้บ้าง เอาน้ำให้ดื่มบ้าง แสดงถึงเมตตาไมตรี แสดงน้ำใจ

ข) ช่วยทำประโยชน์ด้วยกรุณา เวลาเขาตกต่ำเดือดร้อน มีปัญหา เช่นเขาตกน้ำ ถ้าเรามีกำลังพอ เราแข็งแรง เราก็กระโดดน้ำไปช่วยเขา หรือเขาติดอยู่ในไฟ เราก็ไปเอาเขาออกมา หรืออย่างที่คุณหมอและพยาบาลช่วยเหลือรักษาพยาบาลคนเจ็บป่วย ก็อยู่ในข้อนี้

ค) ช่วยทำประโยชน์ด้วยมุทิตา เขาทำความดีกัน เราก็ไปสละแรงกายช่วยเขา มีการสร้างสรรค์ความดีอะไรสักอย่าง เราก็เอาแรงกายไปช่วย ไปส่งเสริมเขา อย่างสมัยก่อนนี้ ชาวบ้านขนทรายเข้าวัด เราก็ไปสละกำลังกายช่วยเขาเป็นการทำบุญ คือเอากำลังกายไปช่วยส่งเสริมคนทำความดี

เป็นอันว่าพรหมวิหาร ๓ ข้อต้น มาคูณด้วยสังคหวัตถุ ๓ เป็น ๙

๔. สมานัตตตา เอาตัวเข้าสมาน แปลตามตัวอักษรว่า ความมีตนเสมอ ข้อนี้หนักไปทางอุเบกขา ซึ่งเป็นตัวกลาง ที่จะรักษาหลักการและความเที่ยงธรรมไว้

ก) มีตนเสมอ เริ่มด้วยไม่ถือตัว ไม่ดูถูกดูหมิ่นกัน ซึ่งเป็นลักษณะหนึ่งของความเสมอภาค ถ้าดูถูกดูหมิ่นกันเสียแล้ว ก็คบกันยาก

ข) ไม่เลือกที่รัก ไม่ผลักที่ชัง เสมอภาคโดยไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฏิบัติ

ค) ไม่เอารัดเอาเปรียบ แง่นี้ก็สำคัญมากสำหรับการมีความเสมอภาคที่จะให้อยู่กันได้ดี

ง) เสมอในสุขและทุกข์ คือร่วมสุขร่วมทุกข์ เขามีทุกข์ ก็ทุกข์ด้วย เขามีสุขก็สุขด้วย มีปัญหาก็ร่วมกันเผชิญ ร่วมกันแก้ไข

อย่างนี้เรียกว่า สมานัตตตา มีตนเสมอ คือมีตนร่วมสมานเข้ากันได้ ทำให้มีเอกภาพ มีความสามัคคี อยู่กันได้ดี สังคมก็มั่นคงมีสันติสุข

ตอนก่อนหน้า/ตอนต่อไป<< ความสัมพันธ์จะได้ผลสมบูรณ์ ต้องรักษาดุลทั้งในใจและในสังคมงานจะบรรลุจุดหมายสูงสุด ซึ่งเป็นความสำเร็จที่แท้ เมื่อคนสุขในการสร้างสรรค์และทำให้เพื่อนมนุษย์เป็นสุข >>

No Comments

Comments are closed.