สนทนาธรรม-คติจตุคามรามเทพ

13 เมษายน 2550

พึงทราบก่อนว่า…
๑. ข้อความที่เป็นตัวหนา คือ คำสนทนาฝ่ายผู้มาเยี่ยม
๒. ข้อความที่เป็นตัวธรรมดา คือ คำตอบของท่านเจ้าคุณฯ
๓. ข้อความที่เป็นตัวหนาขนาดใหญ่ คือ หัวข้อเรื่อง

 

ตอนนี้มีเรื่องน่าเป็นห่วงในสังคมไทยอีกเรื่องหนึ่ง คือ เรื่องกระแสนิยมวัตถุมงคลเหรียญ ‘จตุคามรามเทพ’ ซึ่งเท่ากับว่า เกิดการนับถือเทวดามากกว่าพระพุทธเจ้า

ความนิยมนี้รุนแรงมาก กล่าวกันว่า มีการแพร่สะพัดของเงินถึงสองหมื่นสองพันล้านบาท แพร่ระบาดไปทุกวงการ

แม้แต่วัยรุ่นทั้งหญิงและชาย ก็พลอยนิยมแขวนเหรียญ ‘จตุคามรามเทพ’ มากกว่าเครื่องประดับต่างๆ เสียอีก บางทีพ่อแม่ให้แขวนพระ วัยรุ่นบางคนก็จะไม่ยอม เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องเซย แต่ถ้าให้แขวนจตุคามรามเทพ ก็จะพอใจ เพราะเห็นเป็นเรื่องทันสมัย

นอกจากนี้ เรื่อง ‘จตุคามรามเทพ’ ได้กลายเป็นเรื่องธุรกิจหาเลี้ยงชีพที่ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำแก่ผู้เกี่ยวข้อง เช่น ธุรกิจสืบเนื่องต่างๆ อย่างการทำกรอบหุ้มเหรียญ ทั้งกรอบพลาสติก กรอบสเตนเลส กรอบเงิน รวมไปถึงเลี่ยมทอง มีข่าวหนังสือพิมพ์รายงานว่า บางวันได้เป็นแสนเป็นล้านบาท

ร้านขายหนังสือ รวมถึงแผงหนังสือพิมพ์ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ก็มีแต่หนังสือเกี่ยวกับ ‘จตุคามรามเทพ’ ไม่ว่าจะเป็นพ็อคเก๊ตบุ๊ค นิตยสารแทบลอยด์ นิตยสารขนาดแปดหน้ายก ฯลฯ ขายดิบขายดี จนสำนักพิมพ์พิมพ์ออกมาขายแทบไม่ทัน

แม่ค้าขายขนมจีน ก็เลิกขายขนมจีน หันไปจองเหรียญ ‘จตุคามรามเทพ’ เอามาให้เช่า รวยกว่าเยอะ มีแม้กระทั่งธุรกิจให้เช่าแบบเงินผ่อน ราคาตั้งแต่ร้อยบาทไปจนเรือนหมื่น

เรื่องนี้ ท่านเจ้าคุณฯ มีความคิดเห็นอย่างไร?

ถ้าจะห่วงเรื่องนี้กันละก็ อย่ามาเพิ่งห่วงที่เรื่องจตุคามรามเทพนี่เลย ควรจะห่วงมานานแล้ว กระแสจตุคามรามเทพนี่เป็นเพียงอาการหนึ่งของโรคนี้ที่สังคมไทยเป็นมานานแล้ว

เรื่องพระพรหม พระราหู พระพิฆเนศ คนไทยเอาทั้งนั้น เดี๋ยวก็ฮือๆ แต่ตอนนี้อาการมันแรงขึ้นๆ ถ้าปล่อยกันอยู่ ก็คงแรงขึ้นไปเรื่อยๆ จนไปถึงจุดหนึ่งก็อาจจะเป็นสังคมหลักลอย ที่ผู้คนเลื่อนลอย หาอะไรเป็นหลักยึดไม่ได้

บางคนอาจจะเรียกว่าโรคเส้นตื้น ถ้าใครพูดอย่างนั้นก็อย่าไปว่าเขาเลย เขานึกหาคำที่เหมาะไม่ได้ทันใจ ก็เลยพูดไปตามที่นึกได้

มองอีกแง่หนึ่ง เรื่องนี้ ถ้าคนเป็นชาวพุทธจริงละก็ ไม่ต้องไปห่วงเขาหรอก ถ้าเป็นชาวพุทธจริงนะ ถึงจะนับถือของพวกนี้ เขาจะมีวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง ไม่ให้เกิดผลเสียหาย

พวกที่พาสังคมเคว้งคว้างน่าห่วงแน่ ก็คือพวกตื่นตามกระแส หรือพวกเหยื่อกระแส พวกนี้ นอกจากไม่มีหลักอะไร พระพุทธศาสนาที่ตัวว่านับถือ ก็ไม่รู้จักเลย นอกจากนั้นแล้ว แม้แต่สิ่งที่ตัวไปรับเอามา อย่างจตุคามรามเทพนั้น ตัวก็ไม่รู้หน้ารู้หลังว่าเป็นอะไร ไปอย่างไรมาอย่างไรกันแน่ ได้แต่ว่าไปตามเสียงที่ปั่นกระแสเท่านั้นเอง นี่ด้านชาวบ้าน

แต่ไม่ใช่แค่โยมเท่านั้น มันมาเป็นเรื่องของพระกับวัด ที่พลอยเข้ากระแสไปกับเขาด้วย คือ

หนึ่ง เหมือนกับถือหรือฉวยโอกาสหาลาภ หารายได้ หาผลประโยชน์ไปกับเขาด้วย

สอง เสียหลัก ไม่ยืนอยู่ในหลักการของตัว คือพระรัตนตรัย และพระธรรมวินัย แค่เอาเทพมาเปลุกเสกในวัด ถ้าทำพลาด จะกลายเป็นว่าพระไปนับถือเทพเข้า ก็หล่นคะมำเลย นี่ทำไปได้อย่างไร

พระต้องมีความรู้สึกรับผิดชอบทั้งสองด้านพร้อมกัน ด้านหนึ่งก็รับผิดชอบต่อหลักของตัวที่ว่าไปแล้ว อีกด้านหนึ่งก็รับผิดชอบต่อประชาชน คือจะต้องทำอะไรๆ โดยมุ่งเพื่อประโยชน์สุขของเขา เฉพาะอย่างยิ่งให้เขาเจริญงอกงามขึ้นในศีล ในธรรม ในปัญญา ถ้าพาเขาเสื่อมลง ก็ตรงข้ามเลย

ตอนก่อนหน้า/ตอนต่อไปหลวงพ่อที่ดัง มีเทวดาใหญ่เฝ้าดู >>

No Comments

Comments are closed.