อนุรักษ์วัฒนธรรมแห่งเมตตา ก้าวไปในวัฒนธรรมแสวงปัญญา

12 พฤษภาคม 2546

อนุรักษ์วัฒนธรรมแห่งเมตตา ก้าวไปในวัฒนธรรมแสวงปัญญา

สังคมไทยที่ก้าวมาในพระพุทธศาสนาได้แค่นี้ ควรจะก้าวต่อไปอีก โดยก้าวไปในระดับปัญญา

ได้พูดเน้นมาแล้วบ่อยๆ ว่า สังคมไทยเราก้าวมาในพระพุทธศาสนา จนกระทั่งได้สร้างวิถีชีวิตซึ่งมีแบบแผนแห่งวัฒนธรรมไทย ที่เป็นวัฒนธรรมแห่งเมตตานับว่าดีแสนดีแล้ว แต่อีกด้านหนึ่งคือวัฒนธรรมแสวงปัญญานี่เราอ่อนเหลือเกิน ทั้งๆ ที่อันนี้เป็นตัวแท้ ที่จะให้บรรลุจุดหมายของพระพุทธศาสนา เรากลับไม่ก้าวไป

ทีนี้ โรงเรียนวิถีพุทธนี่ บอกแล้วว่ามีหน้าที่โดยตรงที่จะต้องมาพาสังคมไทยก้าวไปในวัฒนธรรมแห่งปัญญาให้ได้ แล้วเราจะมีวัฒนธรรมที่สมบูรณ์ครบทั้งสองด้าน คือทั้งด้านจิตใจ และด้านปัญญา

ส่วนด้านศีลนั้นอยู่ด้วยในตัวแล้ว คือวัฒนธรรมพื้นฐานในการอยู่ร่วมกัน และเมื่อทำได้ถึงตอนนี้ ก็จะได้ทั้งศีล ทั้งสมาธิ ทั้งปัญญา

เมื่อกี้นี้ได้พูดถึงเรื่องวินัย ที่เป็นพื้นฐานของวัฒนธรรม ได้แก่การจัดระบบระเบียบสังคมเป็นต้น ให้คนมีวิถีชีวิตที่เอื้อที่จะก้าวไปในธรรม และได้พูดถึงธรรมที่เป็นภาคปฏิบัติการ ที่ว่าทำอย่างไรจึงจะเกิดมีผลตามหลักความจริง

เหมือนกับว่า เมื่อมีความจริงว่าไฟมันร้อนแล้ว ทำอย่างไรเราจึงจะหลีกเลี่ยงโทษจากไฟ และเอาไฟไปใช้ประโยชน์ได้

ตรงนี้ เป็นเรื่องที่ศึกษากันไม่จบ คือเรื่องที่ว่าจะเอาไฟไปใช้ประโยชน์อย่างไรนี่ เรียนกันไปเถอะ เรียนไปได้เรื่อยๆ

โรงเรียนต้องช่วยสังคมไทย อนุรักษ์ความเจริญทางจิตใจและก้าวไปในปัญญา

“เวรไม่ระงับด้วยการจองเวร” นั้นจริง แต่ที่สอนจริง คือ “ทำอย่างไรจะอยู่ดีได้โดยไม่ต้องจองเวร” บูรณาการต้องได้ตลอดทุกขั้น แม้กระทั่งจุดหมาย จึงจะได้ระบบองค์รวมที่สมบูรณ์

No Comments

Comments are closed.