เป็นอยู่ด้วยความไม่ประมาท

27 กรกฎาคม 2540

เป็นอยู่ด้วยความไม่ประมาท

รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง และเห็นคุณค่าของเวลา ทำให้การพัฒนาต่อเนื่องและทันการ

ต่อจากนั้นก็ต้องมีอีกประการหนึ่ง คือ อัปปมาทะ จะต้อง ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท

ความไม่ประมาทก็คือความกระตือรือร้น มองเห็นความสำคัญของกาลเวลา มองเห็นความไม่เที่ยงแท้แน่นอนของสิ่งทั้งหลาย ซึ่งไม่อยู่นิ่ง เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา เป็นอนิจจัง

ชีวิตของเราและสังขารทั้งหลายล้วนแต่เป็นอนิจจัง คือไม่เที่ยงแท้แน่นอน เราจะประมาทอยู่ไม่ได้ สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นแล้วก็เสื่อมสลายแตกดับไป ต้องเอาใจใส่ในการที่จะกระตือรือร้น ทำหน้าที่ของเรา ในการประพฤติปฏิบัติธรรม นี้เรียกว่าความไม่ประมาท

ความไม่ประมาท ซึ่งจะทำให้เร่งรัดตัวเอง มองเห็นคุณค่าของเวลา เห็นความสำคัญของการเปลี่ยนแปลง จะนอนใจนิ่งเฉยอยู่ไม่ได้ จะต้องรีบพัฒนาตนเอง จึงเป็นข้อธรรมสำคัญที่จะทำให้เดินหน้าไปในมรรคได้ จึงเรียกว่าเป็นแสงเงินแสงทองอีกอย่างหนึ่ง

แสงอรุณมีหลายสี การพัฒนาก็มีหลายองค์นำ

ข้อธรรม ๕ อย่างที่อยู่ระหว่างกลางหัวท้ายนี้ เป็นปัจจัยสนับสนุน ที่จะทำให้ก้าวหน้าไปในมรรคได้ รวมทั้งหมดในชุดใหญ่นี่ จึงมีธรรมที่เป็นองค์ประกอบที่เรียกว่าเป็นเหมือนแสงเงินแสงทอง ๗ ประการด้วยกัน

ทบทวนอีกครั้งหนึ่ง

ข้อที่ ๑. กัลยาณมิตตตา ความมีกัลยาณมิตร เป็นข้อต้น ต่อจากนั้นเป็นข้อในระหว่าง

ข้อที่ ๒. สีลสัมปทา ถึงพร้อมด้วยศีล มีวินัย มีความเป็นระเบียบในชีวิตของตน และในการอยู่ร่วมในสังคม

ข้อที่ ๓. ฉันทสัมปทา ถึงพร้อมด้วยฉันทะ มีแรงจูงใจที่ถูกต้อง คือความพอใจใฝ่รักในปัญญา ในสัจธรรม และในจริยธรรม ใฝ่รู้ในความจริง และใฝ่ที่จะทำความดีงามทุกอย่าง

ข้อที่ ๔. อัตตสัมปทา ความถึงพร้อมด้วยการที่จะฝึกฝนพัฒนาตนเอง เห็นความสำคัญของการที่จะต้องฝึกตน ว่าชีวิตของเรานี้จะดีงามได้จะต้องมีการฝึก

ข้อที่ ๕. ทิฏฐิสัมปทา ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ ยึดถือ เชื่อถือ ในหลักการ และมีความเห็นความเข้าใจพื้นฐาน ที่มองสิ่งทั้งหลายตามเหตุปัจจัย

ข้อที่ ๖. อัปปมาทสัมปทา ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท มีความกระตือรือร้นอยู่เสมอ เห็นคุณค่าของกาลเวลา เห็นความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งกระตุ้นเตือน ที่จะทำให้เร่งรัดในการที่จะค้นหาให้เข้าถึงความจริง และในการปฏิบัติ หรือในการที่จะทำชีวิตที่ดีงามให้สำเร็จ

ข้อสุดท้าย ๗. โยนิโสมนสิการ รู้จักทำในใจโดยแยบคาย รู้จักคิดรู้จักพิจารณา รู้จักใช้ปัญญาแก้ปัญหา คิดเป็น มองสิ่งทั้งหลายให้ได้ความรู้ และได้ประโยชน์ ที่จะเอามาใช้พัฒนาตนเองยิ่งๆ ขึ้นไป

เป็นอันว่าครบชุด ๗ ประการ นี่คือแสงเงินแสงทอง ตามหลักพุทธธรรม ซึ่งจะทำให้ชีวิตพัฒนาไปตามวิถีแห่งอริยมรรคได้อย่างแท้จริง

เพราะฉะนั้น ก็ขอให้ทุกท่านได้มีแสงเงินแสงทองเป็นตัวนำ และให้อริยมรรค คือ ดวงอาทิตย์อุทัยปรากฏขึ้นในจิตใจ และในการดำเนินชีวิตของญาติโยมทุกท่านโดยทั่วกัน

ขออานุภาพคุณพระรัตนตรัย อภิบาลรักษาให้ทุกท่าน เจริญด้วยจตุรพิธพรชัย มีความร่มเย็นเป็นสุข งอกงามในพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอดกาลนาน ทั่วกันทุกท่าน เทอญ

ตอนก่อนหน้า/ตอนต่อไป<< ยึดหลักเหตุผลมองตามเหตุปัจจัย

No Comments

Comments are closed.