- นำเรื่อง
- อดีตสร้างปัจจุบัน – เหตุปัจจัยมากมาย กว่าจะได้ผลผลิต
- ผลผลิตบัดนี้ ผลิตผลเบื้องหน้า
- ชวนกันสรรค์อนาคต – สมานฉันท์ และสามัคคี ชนิดไหนที่ขณะนี้ต้องการ
- อย่ามองข้ามสมานฉันท์ ในการทำบุญขั้นพื้นฐาน
- คนไทยชอบทำบุญแล้ว ถ้าศึกษาบุญด้วย จะเยี่ยมยอด
อดีตสร้างปัจจุบัน
เหตุปัจจัยมากมาย กว่าจะได้ผลผลิต
ความสัมพันธ์นั้นเป็นสิ่งสำคัญ เป็นเรื่องของเหตุปัจจัย ถ้าเราใช้เหตุปัจจัยให้เป็นไปในทางที่ดีงามถูกต้องแล้ว ก็จะเกิดผลที่ดีงามขึ้นมา
การที่เกิดชาติภูมิสถาน และมีมูลนิธิชาติภูมิ ทั้งหมดนี้ขึ้นมา เมื่อมองไปชั้นหนึ่ง คนก็จะบอกว่า นั่นก็เพราะว่าอาตมภาพได้ไปทำสิ่งที่เป็นความดีงามความเจริญก้าวหน้าต่างๆ ขึ้นมา
แต่เมื่อมองความสัมพันธ์ของเหตุปัจจัยไปให้ตลอด ก็จะเห็นว่าทั้งหมดนั้นเป็นผลที่เนื่องกันกับศรีประจันต์ทั้งนั้น
หมายความว่า ถ้าไม่มีศรีประจันต์ อาตมภาพก็เกิดมีขึ้นไม่ได้
ดูง่ายๆ ถ้าศรีประจันต์ไม่มี อาตมานี่ตั้งแต่ตัวเองก็เกิดมาไม่ได้ หมายความว่า ตั้งแต่ตัวเองที่เกิดมา มีกำเนิด ก็โดยมีโยมบิดา โยมมารดา ตลอดจนบรรพบุรุษชาวศรีประจันต์สืบๆ มา
อนึ่ง ศรีประจันต์นี้ก็กินขอบเขตไปกว้างขวาง คลุมถึงดอนเจดีย์ด้วย เพราะแต่ก่อนนี้ ดอนเจดีย์อยู่ในอำเภอศรีประจันต์ แล้วจึงแยกออกไปตั้งเป็นอีกอำเภอหนึ่ง
ต่อจากนั้น เมื่ออาตมาโตขึ้น ก็ไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนอนุบาลคุณครูเฉลียว ต่อมาโตขึ้นอีกหน่อย ก็ไปเรียนประถมหนึ่งถึงประถมสี่ที่โรงเรียนประชาบาลชัยศรีประชาราษฎร์
โรงเรียนชัยศรีประชาราษฎร์นี้ ไม่ทราบว่าปัจจุบันยังคงชื่ออยู่หรือเปล่า ก็คือโรงเรียนวัดยางนั่นเอง
เมื่อเรียนที่โรงเรียนชัยศรีประชาราษฎร์จบแล้ว ก็ไปเรียนมัธยมในกรุงเทพฯ ที่โรงเรียนมัธยมวัดปทุมคงคา กรุงเทพฯ ก็จึงมีส่วนร่วมให้อาตมภาพมีชีวิตเจริญงอกงามขึ้นมาด้วย
จากนั้น กลับจากกรุงเทพฯ ก็มาบวช เริ่มชีวิตบรรพชิต เป็นสามเณรที่วัดบ้านกร่าง โดยหลวงพ่อเจ้าคุณเมธีธรรมสารเป็นอุปัชฌาย์ ตอนนั้นท่านยังเป็นพระครูอยู่
ได้นักธรรมตรีในปีแรกแล้ว ก็ไปเรียนต่อที่วัดประสาททอง ในอำเภอเมืองสุพรรณบุรี สอบนักธรรมโท และฝึกวิปัสสนาแล้ว จะตามอาจารย์ที่ชวนไปอยู่ในสำนักวิปัสสนา โยมก็เลยยั้งไว้และพาเข้ากรุงเทพฯ ไปเรียนปริยัติต่อ โดยอยู่ที่วัดพระพิเรนทร์ ที่หลวงพ่อเจ้าคุณเทพคุณาธารเป็นเจ้าอาวาส อยู่กับท่านพระครูปลัดสมัย กิตฺติทตฺโต แล้วก็เรื่อยมาอย่างนี้ ไม่ต้องเล่ารายละเอียด
รวมความแล้ว ที่มาเป็นอย่างนี้ได้ ก็เป็นอันว่าต้องอาศัยคุณความดีของท่านผู้มีพระคุณทั้งหลายมากมาย ตั้งแต่ญาติพี่น้อง วงศ์ตระกูล ไปจนกระทั่งชาวท้องถิ่น และครูบาอาจารย์
เพราะฉะนั้น ที่อาตมภาพได้เกิดมาจนเป็นอย่างนี้ได้ พูดรวบรัดว่า ก็ได้อาศัยชาวศรีประจันต์เป็นที่เริ่มต้นนั่นเอง จึงบอกว่าเป็นเรื่องเนื่องกัน
เป็นอันว่า เมื่อมองตามเหตุตามผลในแง่นี้แล้ว ก็เท่ากับว่า อาตมาเป็นผลผลิตอันหนึ่งของศรีประจันต์ หรือเป็นผลผลิตของสุพรรณบุรี และในที่สุดก็เป็นผลผลิตของประเทศไทยด้วย
ในเมื่อเป็นผลผลิต ผู้ที่ผลิตก็ต้องมีบทบาทสำคัญ เพราะฉะนั้น เราจึงไม่ลืมให้ความสำคัญแก่ผู้ผลิต ดังที่พระพุทธเจ้าทรงสอนหลักกตัญญูกตเวทีไว้ เพื่อเราจะได้ไม่ลืมตัวว่า ผลผลิตที่เกิดมี ต้องมีบุพการีเริ่มมา เมื่อจัดงานให้แก่ลูกหลาน ก็เป็นอันว่า ต้องนึกถึงบุพการีผู้ให้กำเนิด จนกระทั่ง ปู่ ย่า ตา ยาย ตลอดถึงบรรพบุรุษทั้งหลายด้วย
เพราะฉะนั้น เมื่อเรามาทำงานบุญกันวันนี้ ถ้าจะนึกถึงอาตมา ก็คือต้องนึกไปถึงบรรพบุรุษชาวศรีประจันต์ และชาวถิ่นใกล้เคียง หมดทั้งสุพรรณบุรี ทั่วประเทศไทยนี้ มารวมกันเข้า จนทำให้ผลผลิตอันหนึ่งเกิดมีขึ้น หมายความว่า เราก็ประสานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั่นเอง เอาแค่นี้ก่อน ถ้ามองกว้างออกไปอีก ก็รวมถึงทั้งโลก ที่มีจุดเริ่มของความเป็นมนุษย์อันเดียวกัน
เมื่อมองในแง่นี้ ก็เป็นอันว่า อาตมภาพเป็นผลที่ปรากฏขึ้นมา โดยอาศัยเหตุปัจจัยที่ดีงามในอดีต
ทีนี้ มองอีกด้านหนึ่ง เรายังจะต้องก้าวต่อไปในอนาคต เมื่อเราทั้งหลายรวมทั้งอาตมภาพเกิดมาอย่างนี้แล้ว เราก็จะเป็นส่วนร่วมในการที่ประเทศชาติของเรา ตั้งต้นแต่ถิ่นชาติภูมิศรีประจันต์นี้ จะมีความเจริญงอกงามต่อไป

No Comments
Comments are closed.