- การศึกษา กับ เศรษฐกิจ: ฝ่ายไหน จะรับใช้ฝ่ายไหน
- อะไรแน่คือหน้าที่ของรัฐ ต่อคณะสงฆ์
- ธรรมการ คือศึกษาธิการ
- ต้องจัดระเบียบสังคม เพราะการศึกษาล่มสลาย
- การศึกษา ต้องให้ถึงความจริงของธรรมดา
- เมื่อบุคคลนิพพาน จึงจะทำงานเพื่อโลกได้จริง
- เมื่อบุคคลแปลกแยกจากชีวิต สังคมก็แปลกแยกจากธรรมชาติ จากนั้น ทั้งมนุษย์-สังคม-ธรรมชาติ ก็ต้องถึงวิกฤติการณ์
- ธุรกิจได้เป็นเจ้าใหญ่ในแดนของบุคคล และกำลังก้าวเข้ามาครอบงำในแดนของชีวิตด้วย
- เศรษฐกิจเป็นเจ้าใหญ่ได้ แต่จะพาโลกและชีวิตไปไม่ตลอด
- ให้เศรษฐกิจของสังคม รับใช้การศึกษาของชีวิต จึงจะเข้าถึงธรรมดา ที่นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
ให้เศรษฐกิจของสังคม รับใช้การศึกษาของชีวิต
จึงจะเข้าถึงธรรมดา ที่นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
วันนี้ นับว่าเป็นวันที่ได้มีการปฏิบัติภารกิจอันหนึ่ง เพื่อสนองวัตถุประสงค์ทางการศึกษา ซึ่งในวงที่เฉพาะก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับศาสนา ซึ่งหมายถึงรัฐกับการศึกษาด้วย ในกรณีนี้หลักพุทธศาสนากับการศึกษา หรือเรื่องธรรมะกับการพัฒนาชีวิต ได้มาโยงเป็นเรื่องเดียวกัน โดยทางสัญลักษณ์หรือรูปแบบ
จึงขอให้ความสัมพันธ์โดยสัญลักษณ์หรือโดยรูปแบบนี้ มีความหมายโยงลงไปถึงตัวเนื้อแท้ที่เป็นแก่นสารด้วย ถ้าหากลงไปถึงขั้นนั้นได้อย่างแท้จริง ก็จะเป็นไปตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า
แม้แต่ความเป็นศาสตราจารย์พิเศษนี้เอง ก็ย่อมเป็นสื่อได้ทั้ง ๒ อย่าง คือจะเป็นสื่อของระบบการศึกษาเพื่อเป็นเครื่องมือของเศรษฐกิจก็ได้ หรือจะเป็นสื่อของการศึกษาที่เอาเศรษฐกิจเป็นปัจจัยเกื้อหนุนการพัฒนาชีวิตก็ได้
แต่เราก็คงหวังว่า จะอย่างไรก็ตาม ก็ขอให้กิจกรรมที่ได้ทำกันนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่จะมาช่วยเกื้อหนุนให้เราเดินหน้าไป ในวิถีทางแห่งคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นหลักธรรมที่สอนความจริง ที่มีตามธรรมดาของธรรมชาตินั้น ว่าให้เราสามารถนำเอารูปแบบต่างๆ และระบบการต่างๆ หรือทุกสิ่งที่มนุษย์จัดตั้งวางบัญญัติขึ้นมานี้เป็นสื่อ เป็นเครื่องมือที่จะนำเข้าถึงสาระที่แท้จริง
โดยเฉพาะก็คือ การศึกษาในความหมายที่เราเอาปัจจัยด้านอื่นๆ ซึ่งมิใช่เฉพาะเศรษฐกิจเท่านั้น แต่รวมทั้งปัจจัยทางสังคมอย่างอื่นๆ ด้วย มาเกื้อหนุนในการพัฒนาชีวิตของมนุษย์ เพื่อให้มนุษย์มีชีวิตที่เจริญงอกงามขึ้น มีความสุขมากขึ้น มีกิเลสน้อยลง มีทุกข์น้อยลง แล้วก็สามารถที่จะไปบำเพ็ญกิจเพื่อประโยชน์สุขแก่ชาวโลกกว้างขวางออกไป
ไม่ใช่ว่ายิ่งอยู่ไปก็ยิ่งเพิ่มพูนกิเลส เพิ่มพูนทุกข์ แล้วก็เลยต้องหาเอามาให้แก่ตนมากยิ่งขึ้น ด้วยการเบียดเบียนกันขยายวงกว้างใหญ่ขึ้น
ขอหวังว่า กิจกรรมในวันนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะปฏิบัติให้เกิดผลตามความมุ่งหมายที่แท้จริงของการศึกษา ดังที่ได้กล่าวมานี้ และขออนุโมทนาท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในนามของฝ่ายรัฐที่รับสนองพระบรมราชโองการ อันเป็นการปฏิบัติตามโบราณราชประเพณี ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับพระศาสนา หรืออาณาจักรกับพุทธจักรดังได้กล่าวมา
พร้อมกันนี้ ก็เป็นความมีน้ำใจปรารถนาดีของทางมหาวิทยาลัย-มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในการปฏิบัติภารกิจเพื่อสนองวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยเองด้วย ในฐานะเป็นทั้งสถาบันทางการศึกษา และสถาบันพระศาสนา ซึ่งจะไปบำเพ็ญกิจเพื่อประโยชน์สุขแก่ประชาชน หรือแก่ชาวโลกทั้งหลาย ตามอุดมคติของชาวพุทธ อันอนุวัตรตามคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ก็ขอให้ความมุ่งหมาย และความปรารถนาดีนี้ จงสัมฤทธิ์ผลโดยลำดับ และยิ่งๆ ขึ้นไปจนถึงจุดหมายโดยสมบูรณ์ ซึ่งจะเป็นไปได้ก็ด้วยอาศัยเรี่ยวแรง กำลังกาย กำลังใจ กำลังปัญญา และกำลังความสามัคคีของทุกท่านร่วมกัน
ขออนุโมทนาอีกครั้งหนึ่ง และขออาราธนาคุณพระรัตนตรัยอวยชัยให้พร อภิบาลรักษา ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมทั้งสาธุชนทุกท่านผู้มีความปรารถนาดี หวังดี โดยเฉพาะเริ่มด้วยทางมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มีกรรมการสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภาวิชาการ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ นิสิต นักศึกษา นักเรียนทั้งหลาย ขอทุกท่านจงเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย มีความก้าวหน้างอกงามรุ่งเรืองในการดำเนินชีวิต และการประกอบกิจหน้าที่การงานให้ก้าวหน้าไป เพื่อบรรลุจุดหมายสมดังที่ตั้งไว้ จงมีสุขภาพกาย สุขภาพใจสมบูรณ์ เพื่อสามารถบำเพ็ญประโยชน์สุขให้สำเร็จ ทำให้สังคม ประเทศชาติ ตลอดจนโลกนี้ทั้งหมด ร่มเย็นเป็นสุขตลอดกาลทุกเมื่อ เทอญ

No Comments
Comments are closed.