ธรรมต้องมา ความสุขต้องมี

1 กันยายน 2550

ธรรมต้องมา ความสุขต้องมี1

ดูเหมือนว่า สภาพชีวิตและความเป็นไปในสังคมปัจจุบันได้ทำให้คนมองเห็นความสำคัญของ “ธรรม” มากขึ้น ถึงแม้ทั่วๆ ไป ยังได้แค่พูดถึง หรือบ่นหาธรรม พอจะให้ปฏิบัติ ก็ไม่เอา

“ธรรม” ที่ว่านั้น ก็ง่ายๆ ได้แก่ ความจริง ความถูกต้อง ความดี ความงาม และประโยชน์สุขอย่างแท้ที่ไม่มีการเบียดเบียน ซึ่งทั้งหมดนั้นตั้งอยู่บนฐานของการจัดให้ประสานเกื้อกูลกันอย่างกลมกลืนในระบบของธรรมชาติ

ผู้ที่ตระหนักถึงความจำเป็นของธรรม จะต้องเอาจริงเอาจัง ถึงขั้นที่เรียกว่าต้องสถาปนาธรรมขึ้นมาในชีวิตและสังคมให้ได้ แม้จะเป็นงานที่ยากนักหนา ก็ต้องพยายามอย่างเต็มกำลัง

สังคมเวลานี้ที่ว่าเจริญนั้น คงเป็นแค่คำพูด แต่สภาพที่แท้ คือสับสนและซับซ้อนถึงขั้นยุ่งเหยิงจัดการยาก สับสนนุงนังแม้แต่ข้างในใจคน ที่มองอะไรพร่าๆ เพราะปัญญาขาดความชัดเจน

ฉะนั้น จะให้ธรรมมีที่ในสังคมนี้ได้ จะต้องพัฒนาปัญญาของคนขึ้นมาด้วย คือให้คนมีปัญญาที่จะรู้ถึงธรรมที่มีอยู่ในสิ่งทั้งหลายนั่นเอง

น่ายินดีที่ขณะนี้บางแห่งบางที่ได้เกิดมีปัญญาสาดส่องให้มองเห็นความจริงกว้างขึ้น ดังที่วงวิชาการทางแพทย์ได้เปิดช่องให้แก่การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พร้อมกับที่ความหมายของสุขภาวะก็ขยายกว้างออกไป

ธรรมเป็นความจริงของธรรมชาติที่เนื่องกันทั่วทั้งหมด เมื่อคนถึงความจริงแล้ว ความจริงก็โยงคนให้ถึงธรรมไปได้ทั่ว

สุขภาวะก็เป็นตัวอย่างในเรื่องนี้ เมื่อคนเห็นความหมายของสุขภาวะขยายไปถึงความจริงกว้างออกไป ธรรมด้านต่างๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมาเองในแดนของสุขภาวะนั้น มีทั้งสัจธรรม จริยธรรม คุณธรรม ตลอดจนวัฒนธรรม

ถ้าจับถูกแง่และเดินถูกทาง การจัดการในเรื่องสุขภาวะ ก็จะกลายเป็นการแก้ปัญหาและสร้างสรรค์ ที่นำชีวิตและสังคมไปสู่สันติสุขได้สมหมาย

คุณหมอวิชัย โชควิวัฒน ทำงานแพทย์ที่โดยพื้นฐานก็เป็นงานกุศลเพื่อธรรมอย่างสำคัญอยู่แล้ว เมื่อมาเป็นอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ก็เป็นผู้อำนวยการ ทั้งโดยตำแหน่งหน้าที่ และด้วยจิตใจ ในการสนับสนุนให้คนไทยก้าวขึ้นไปสู่สุขภาวะ และส่งเสริมให้ผู้เกี่ยวข้องนำธรรมด้านต่างๆ เข้ามาร่วมในการสร้างสุขภาวะนั้น

การงานเดินหน้า กาลเวลาก็ก้าวเคียงไปคอยกำหนด แล้วก็มาถึงวาระแห่งการเกษียณอายุราชการ อันเป็นช่วงเวลาที่มีความเปลี่ยนแปลงสำคัญของชีวิต ถือว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ด้านหนึ่ง การเกษียณอายุราชการ เป็นเครื่องแสดงถึงการที่ท่านเจ้าของอายุ ได้บำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมประเทศชาติมามากมายตลอดเวลายาวนาน จนถึงโอกาสที่สังคมจะแสดงกตัญญูกตเวทิตาธรรม ต่อคุณประโยชน์ความดีที่ท่านได้บำเพ็ญไว้ ถึงเวลาที่ตัวท่านเองจะได้ชื่นชมโดยมีปีติสุขต่อผลแห่งการใช้ชีวิตให้มีคุณค่าในการทำกิจหน้าที่ที่ผ่านมา

อีกด้านหนึ่ง เมื่อท่านเจ้าของวาระเกษียณอายุราชการนั้น ได้บำเพ็ญกรณีย์เพื่อประโยชน์แก่ประเทศชาติและสังคมมามากแล้ว ก็ถึงโอกาสอันสมควรที่ท่านจะได้มีเวลาเป็นของตัวท่านเอง ที่จะบำเพ็ญประโยชน์อย่างอื่น หรือทำการอันใดก็ตามที่ท่านประสงค์ อย่างเป็นอิสระ

มองลึกลงไปอีก ก่อนจะเกษียณอายุราชการนี้ ท่านเจ้าของมงคลวารได้ทำงานเพื่อช่วยให้ประชาชนก้าวไปสู่ความมีสุขภาวะซึ่งแท้จริงนั้นเป็นงานสำคัญที่สุด เพราะสุขภาวะเป็นจุดหมายยืนตัวตลอดไปของทุกชีวิต

ในพระพุทธศาสนา สุขภาวะเป็นชื่อหนึ่งของจุดหมายสูงสุด ที่ทุกคนควรต้องเพียรพยายามไปให้ถึง โดยสามารถเข้าถึงได้เป็นขั้นตอนหลายระดับ และการก้าวไปในทางแห่งสุขภาวะคือความเป็นสุขนั้น เป็นงานของทุกคน และทุกคนพึงช่วยกัน

ในที่สุด ถึงจะเกษียณอายุราชการแล้ว สังคม ตั้งแต่ครอบครัวเป็นต้นไป ก็ย่อมสามารถมีคุณหมอวิชัย โชควิวัฒน เป็นกัลยาณมิตรช่วยเกื้อหนุนในการเสริมสร้างสุขภาวะสืบต่อไป และพร้อมกันนั้นก็ขอให้ธรรมหนุนนำคุณหมอวิชัย โชควิวัฒน ก้าวหน้างอกงามในสุขภาวะยิ่งๆ ขึ้นไป จนลุถึงความสุขแท้ที่เป็นอิสระอันยั่งยืนไม่เสื่อมสลาย

เชิงอรรถ

  1. บทความหนึ่งในหนังสือ “เหลียวหลัง แลหน้า ๖๐ ปี หมอวิชัย โชควิวัฒน” จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง

No Comments

Comments are closed.