- พุทธวิธีแก้ปัญหาเพื่อศตวรรษที่ ๒๑
- มรดกสำหรับศตวรรษที่ ๒๑: สันติสุข หรือความทุกข์และปัญหา
- โลกพัฒนาก้าวไกล ทำไมมนุษย์ไม่พบสันติสุข
- เมื่อเป็นการพัฒนา บนฐานของปัญหาไม่ว่าจะเจริญเพียงใด ปัญหาก็ต้องเจริญตามไป
- อารยธรรมไม่นำสู่ความเกษมศานติ์ เพราะสร้างสรรค์มาบนรากฐานที่เป็นปัญหา
- โลกเริ่มสำนึกรู้ตัว และจับจุดของปัญหาได้ แต่จะแก้ไขสำเร็จ ต้องมองสาเหตุให้ได้ครบทั่ว
- ศาสนาจะล้าสมัย ถ้าช่วยคนให้เป็นสุขได้แค่ในหมู่พวก แล้วกลายเป็นตัวสร้างปัญหาเมื่อคนออกมานอกกลุ่มของตัว
- สิทธิมนุษยชนเป็นหลักประกันช่วยโลกไว้ ในยุคสมัยที่มนุษย์ยังมีรากฐานความคิดที่ผิดพลาด
- หลักสิทธิมนุษยชน เป็นบัญญัติของคน บนฐานแห่งจริยธรรมเชิงลบ
- จริยธรรมเชิงบวกจะต้องขึ้นมานำ จึงจะทำให้โลกอยู่ดีได้ โดยมีความหลากหลายในความเป็นหนึ่งเดียว
- จริยธรรมเชิงลบ ตั้งอยู่บนฐานของการป้องกันตัวจริยธรรมเชิงบวก ตั้งอยู่บนฐานแห่งการพัฒนาตัวของมนุษย์
- จริยธรรมเชิงลบ จบลงด้วยการประนีประนอมข้างนอก พร้อมกับความขุ่นหมองคับข้องจิตอยู่ข้างใน
- จะก้าวจากจริยธรรมเชิงลบ สู่จริยธรรมเชิงบวกได้ ต้องเข้าใจความหมายของอิสรภาพให้ถูกต้อง
- อิสรภาพในความหมายที่ถูกต้องครบสามขั้นเป็นฐานของระบบความสัมพันธ์ที่ประสานกลมกลืน
- ถ้าจะให้การพัฒนาพามวลมนุษย์สู่สันติสุข ทุกระบบการของสังคมต้องปรับรากฐานความคิดกันใหม่
- ระบบประนีประนอมบนฐานความคิดที่ผิดควรต้องปิดฉากลงไปด้วยกันกับศตวรรษที่ ๒๐
- เริ่มยุคใหม่แห่งศตวรรษที่ ๒๑ด้วยแนวความคิดใหม่เดิมแท้แห่งสัจธรรม
- สร้างสรรค์อารยธรรมใหม่ ให้แก่ศตวรรษที่ ๒๑เพื่อสันติสุขที่แท้และยั่งยืน บนฐานความคิดที่ถูกต้องสมบูรณ์
โลกพัฒนาก้าวไกล ทำไมมนุษย์ไม่พบสันติสุข
เท่าที่พูดมานี้จะเห็นชัดว่า ปัญหาทั้งหลายเกิดจากความชิงชัง หรือเกลียดชังกัน ด้วยอำนาจของโทสะอย่างหนึ่ง และปัญหาที่เนื่องจากความโลภอย่างหนึ่ง
โลภะและโทสะนี้เป็นตัวการสำคัญ เมื่อวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเจริญก้าวหน้ามากขึ้น ตลอดจนเกิดมี high technology หรือเทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งเกี่ยวข้องกับข่าวสารข้อมูลขึ้นมา ก็ปรากฏว่าความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เหล่านั้น ถูกนำมาสนอง โลภะ และโทสะ คือถูกใช้เป็นเครื่องมือรับใช้โลภะ และโทสะ ให้แสดงฤทธิ์เดชได้เต็มแรงเต็มกำลังยิ่งขึ้น
การสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่เป็นมา ได้เป็นไปในแนวทางของการสนองโลภะและโทสะเสียเป็นส่วนใหญ่ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมทั้งความเจริญของเทคโนโลยีทางด้านข่าวสารข้อมูลและการสื่อสาร ได้ถูกใช้ในการนำมากล่อมมนุษย์ให้เพลิดเพลินลุ่มหลงอยู่ในความมัวเมาต่างๆ มากกว่าจะใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต หรือพัฒนาตัวมนุษย์เอง เทคโนโลยีเหล่านั้นถูกใช้เป็นเครื่องมือแสวงหาสิ่งบำเรอความสุขสนองความโลภ และพร้อมกันนั้นก็ใช้เป็นเครื่องมือสนองโทสะรับใช้การทำลายด้วยความเกลียดชังกัน มีการแย่งชิงสิ่งบริโภคกัน การครอบงำกัน และการพยายามกำจัดกัน เนื่องจากการรังเกียจแบ่งแยกพวก ผิว เชื้อชาติ ศาสนา ความเกลียดชังแบ่งแยกกันก็มีอยู่แล้ว ความโลภยังมาหนุนให้ความเกลียดชังแบ่งแยกนั้นร้ายแรงยิ่งขึ้นไปอีก
แม้แต่เทคโนโลยีที่สร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ก็กลับถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทำลายล้างมนุษย์เสียเอง ทำให้คนในยุคที่เจริญนี้ กลับมีภัยอันตรายมากขึ้น เพราะทำลายกันได้ง่ายยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ไฟฟ้าที่เป็นเครื่องมือให้แสงสว่าง และให้พลังงานต่างๆ แต่ก่อนโน้นคนจะทำลายกันโดยจะให้ไฟดับทั้งเมือง จะต้องไปเที่ยวตามดับไฟแต่ละบ้านๆ แต่ปัจจุบันนี้เพียงทำลายที่แหล่งจ่ายไฟฟ้ากลาง หรือโรงงานผลิตไฟฟ้าแห่งเดียว ไฟก็ดับทั้ง เมือง พลังงานใช้ไม่ได้ คนเกิดความเดือดร้อนทีเดียวทั่วทั้งเมือง
ตกลงว่า ความโลภเห็นแก่ตัว และความชิงชังรังเกียจกัน ที่เคียงคู่กันมานี่แหละ ได้ก่อปัญหาให้แก่มนุษย์ทั้งในระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ด้วยกันเอง และมนุษย์กับธรรมชาติ
การแก้ปัญหาข้างต้นนี้ จะทำได้ก็ต้องมีการขัดเกลาควบคุมความโลภ และความเกลียดชัง แต่เป็นธรรมดาของมนุษย์ปุถุชนย่อมมีความโลภและความโกรธ การพูดนั้นทำได้ง่าย แต่จะแก้ปัญหาจริงทำได้ยาก จะต้องมีการศึกษาชนิดที่เป็นการพัฒนามนุษย์กันอย่างจริงจัง

No Comments
Comments are closed.