โลกเริ่มสำนึกรู้ตัว และจับจุดของปัญหาได้ แต่จะแก้ไขสำเร็จ ต้องมองสาเหตุให้ได้ครบทั่ว

28 สิงหาคม 2536

โลกเริ่มสำนึกรู้ตัว และจับจุดของปัญหาได้
แต่จะแก้ไขสำเร็จ ต้องมองสาเหตุให้ได้ครบทั่ว

ทิฏฐิ หรือ ทิฐิ นี้ เป็นเรื่องของศาสนาโดยตรง ตัวศาสนาเองก็เป็นทิฏฐิ เมื่อศาสนาจะช่วยโลกให้แก้ปัญหา ศาสนาเองจะต้องเป็นทิฏฐิที่ดี หรือเป็นตัวเอื้ออำนวยให้เกิดทิฏฐิที่ถูกต้อง ที่จะดำเนินไปสู่การแก้ปัญหาของโลก โดยตัวเองจะต้องไม่ไปสั่งสอนหรือไปหนุนทิฏฐิที่กล่าวมาข้างต้น

ปัจจุบันนี้ ในประเทศพัฒนาทั้งหลาย ก็ยอมรับกันทั่วไปแล้วว่า การมองมนุษย์แยกต่างหากจากธรรมชาติ แล้วจะไปพิชิตธรรมชาตินั้น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เดี๋ยวนี้ในประเทศพัฒนาแล้วเหล่านั้น มีการย้ำเน้นกันนักว่าจะต้องมองมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

โดยเฉพาะในการแก้ปัญหาธรรมชาติแวดล้อม วงการทางวิชาการ หนังสือ เอกสาร และผู้ชำนาญการที่พูดเกี่ยวกับ sustainable development ที่เราแปลกันว่า การพัฒนาแบบยั่งยืน มักจะย้ำเน้นกันว่า ต่อไปนี้เราจะต้องมองมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ มนุษย์จะต้องอยู่ร่วมกันด้วยดีโดยสงบกับธรรมชาติ

การพัฒนาแบบยั่งยืน หรือ sustainable development นี้เป็นเรื่องที่เด่นในปัจจุบัน การที่มาจับจุดเน้นกันให้มนุษย์มองตนเองเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ จึงนับว่าเป็นนิมิตดีที่จะมีการแก้ทิฏฐิข้อที่ ๑ คือปรับเปลี่ยนการมองความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติเสียใหม่ ซึ่งจะเป็นทางแก้ปัญหาได้อย่างหนึ่ง

แต่การแก้ทิฏฐิข้อที่หนึ่งเท่านั้นยังไม่เพียงพอ ทิฏฐิที่กล่าวมาแล้วทั้ง ๓ อย่าง จะต้องสอดคล้องไปด้วยกันทั้งหมด จึงจะแก้ปัญหาได้จริง ไม่ใช่แก้ปัญหาแค่ทิฏฐิอย่างหนึ่งอย่างเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่ไปไม่ตลอด ไม่ครบวงจร และไม่สำเร็จผลจริง

สิ่งที่สำคัญไม่น้อย ซึ่งจะส่งผลไปถึงการแก้ปัญหากับธรรมชาติด้วย ก็คือ ปัญหาการมองความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ด้วยกันเองว่าเรามองมนุษย์อื่นอย่างไร ทิฏฐิข้อนี้มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการมองธรรมชาติ เป็นทิฏฐิประการที่สองที่ต้องแก้ไข

พุทธวิธีแก้ปัญหาเพื่อศตวรรษที่ ๒๑ (A Buddhist Solution for the Twenty-first Century)

อารยธรรมไม่นำสู่ความเกษมศานติ์ เพราะสร้างสรรค์มาบนรากฐานที่เป็นปัญหา ศาสนาจะล้าสมัย ถ้าช่วยคนให้เป็นสุขได้แค่ในหมู่พวก แล้วกลายเป็นตัวสร้างปัญหาเมื่อคนออกมานอกกลุ่มของตัว

No Comments

Comments are closed.