ชวนกันสรรค์อนาคต – สมานฉันท์ และสามัคคี ชนิดไหนที่ขณะนี้ต้องการ

12 มกราคม 2550

ชวนกันสรรค์อนาคต

สมานฉันท์ และสามัคคี ชนิดไหนที่ขณะนี้ต้องการ

ทำอย่างไรความสามัคคีจะเกิดขึ้นได้ เราบอกว่าความสามัคคีคือความพร้อมเพรียงกัน การมารวมกำลังร่วมกันทำการที่ดีงามเป็นประโยชน์ แต่จะรวมกันได้อย่างไร มองลึกลงไปก็ต้องมีเหตุปัจจัย

เหตุปัจจัยอย่างหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งบอกได้ง่ายก็คือ ศรัทธา อย่างญาติโยมมีศรัทธาในพระสงฆ์ ในพระศาสนา ก็ไปรวมกัน ไปร่วมกันทำบุญ หรือไปช่วยงานช่วยการที่วัด นี่ก็เกิดความสามัคคี

นอกจากศรัทธา ธรรมะคือคุณสมบัติในตัวเราอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญ ก็คือ ฉันทะ ที่แปลว่า ความพอใจใฝ่ปรารถนา หมายถึงพอใจใฝ่ปรารถนาจะทำอะไรบางอย่างที่มองเห็นว่าดีงาม

คนเรานี้ ถ้าพอใจชอบใจอยากได้อะไรอันเดียวกัน ก็อาจจะเกิดปัญหา ต้องแย่งชิงทะเลาะกัน ทำให้แตกสามัคคี แต่ถ้าพอใจอยากจะทำอะไรที่ดีงามตรงกัน ลงเป็นอันเดียว ก็จะเกิดความสามัคคี

ความพอใจนี้ ทางพระเรียกว่า “ฉันทะ” อาการที่ประสานกัน เสมอกัน ลงกัน ตรงกัน ท่านเรียกว่า “สมานะ”

ทีนี้ ถ้ามีฉันทะคือความพอใจใฝ่ปรารถนาจะทำนั้น ตรงกัน เสมอกัน ลงกัน ร่วมกัน เป็นสมานะ ก็เรียกว่า “สมานฉันทะ” ก็คือ คำว่า สมานฉันท์ นั่นเอง

เราจะมีความสามัคคีกันดีได้ ก็โดยมีสมานฉันท์ ถ้ามีสมานฉันท์แล้ว เราก็จะสามัคคีกันแน่นแฟ้น

การที่ญาติโยมชาวศรีประจันต์มีความสามัคคี ดังที่แสดงออกมาอย่างน้อยในวันนี้ ก็เป็นตัวอย่างของความมีสมานฉันท์นี่แหละ ญาติโยมมีสมานฉันท์คือมีความพอใจใฝ่ปรารถนาอะไรที่ตรงลงเป็นอันเดียวกัน ลองขุดค้นให้เจอสิว่า เอ๊ะ ที่เรามาสามัคคีกันคราวนี้ เรามีตัวฉันทะอะไรหนอ ที่สมานกัน จับอันนั้นให้ได้ คือฉันทะที่ร่วมกัน ความพึงพอใจใฝ่ปรารถนาที่เป็นอันเดียวกัน อันนี้แหละคือแกนของความสามัคคี

ทีนี้ ความพอใจใฝ่ปรารถนาอันดีที่ร่วมกัน ก็มี ๒ แบบ คือ ความพอใจบางอย่าง เช่น ความชื่นชมในคุณงามความดี สิ่งที่ดีงาม เมื่อชื่นชมเหมือนกันไป ใจเราก็รวมกันเป็นสามัคคีจริง เพราะว่าความพอใจที่ตรงกันนั้นมายึดเหนี่ยวใจให้รวมกันได้

แต่ฉันทะที่ทำให้เกิดความสามัคคีแบบนี้ เป็นความสามัคคีที่ค่อนข้างหยุดนิ่ง สามัคคีอยู่เฉยๆ ก็เลยอาจจะไม่ก้าวไปไหน

ทีนี้ ฉันทะที่จะทำให้เกิดสามัคคีที่มีพลังยิ่งใหญ่ ทำให้เกิดความก้าวหน้าได้ ต้องเป็นฉันทะที่แท้ คือ ความพอใจใฝ่ปรารถนาจะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง โดยมีใจใฝ่ปรารถนาเลยต่อไปถึงจุดหมาย คือ เรามองเห็นจุดหมายอะไรสักอย่างหนึ่ง เมื่อเราใฝ่ปรารถนาจุดหมายนั้นแล้ว เราก็อยากจะทำการเพื่อให้ถึงจุดหมายนั้น ตัวนี้แหละจึงจะเป็นฉันทะที่แท้จริง คือ ความพอใจใฝ่ปรารถนาที่จะทำ (ไม่ใช่แค่พอใจเฉยๆ)

ถ้าอยากทำการเพื่อให้บรรลุจุดหมายอย่างหนึ่งขึ้นมา คราวนี้ละก็ มันจะเป็นพลังซึ่งทำให้เกิดความสามัคคีชนิดที่ไม่ใช่หยุดนิ่ง แต่เป็นการรวมตัวรวมกำลังกันเพื่อทำการอะไรอย่างหนึ่ง คือเป็นความสามัคคีที่พร้อมด้วยความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าไป ในการทำอะไรต่ออะไรที่จะให้เจริญก้าวไปสู่ความสำเร็จบรรลุจุดหมายที่ต้องการนั้น

เราต้องการสมานฉันท์แบบนี้ ประเทศชาติของเราก็ต้องการสมานฉันท์แบบนี้มาก

ประเทศไทยไม่ใช่ต้องการสมานฉันท์เฉพาะที่ภาคใต้หรอก ญาติโยมพูดกันนักว่าทำอย่างไรจึงจะให้เกิดสมานฉันท์ที่ภาคใต้ ปัญหาภาคใต้เราคิดแก้ไขในเรื่องสมานฉันท์กันมาตั้งนานแล้ว ก็ยังไม่สำเร็จสักที เพราะที่จริง ปัญหาที่แท้ไม่ใช่แค่ไม่สมานฉันท์กันที่ภาคใต้ แต่ปมใหญ่อยู่ที่คนไทยไม่สมานฉันท์กันในเรื่องภาคใต้

นอกจากนั้น เราไม่ต้องไปรอ เพราะสมานฉันท์นั้นต้องใช้ทุกที่ทุกเวลา แล้วอย่าลืมแง่มุมของสมานฉันท์อย่างที่บอกเมื่อกี้ อย่าเอาแค่สมานฉันท์แบบหยุดนิ่ง ไม่ใช่ว่าพอใจใฝ่ปรารถนาสิ่งที่ดีงาม แล้วชื่นชมพอใจรวมใจกันได้แค่สามัคคีอยู่นิ่งๆ เฉยๆ แต่ต้องรวมกำลังรวมใจแบบมีจุดมุ่งหมายและใฝ่จะทำอย่างที่ว่าแล้ว คือ จะทำการนี้เพื่อให้ลุถึงจุดหมายนั้น

ถ้าสมานฉันท์อย่างนี้ ความสามัคคีจะมีพลังที่แท้จริง เราจะมุ่งมั่นเดินหน้าไปได้ เราต้องการความสามัคคีแบบนี้

โดยเฉพาะเวลานี้ สังคมประเทศชาติ เราก็รู้กันอยู่ว่ามีปัญหามาก ต้องมีการแก้ไขพร้อมกันไปกับการสร้างสรรค์ เพราะฉะนั้น เราจะต้องมีสมานฉันท์กันให้มาก

ช่วยกันนำพาประเทศไทย ให้ก้าวไปอย่างสง่างาม ในท่ามกลางประชาคมโลก

ผลผลิตบัดนี้ ผลิตผลเบื้องหน้า อย่ามองข้ามสมานฉันท์ ในการทำบุญขั้นพื้นฐาน

No Comments

Comments are closed.