โลกจะไร้พรมแดนได้จริง ใจต้องไร้พรมแดน ใจจะไร้พรมแดนได้ ต้องให้มีการศึกษาที่ถูกต้อง

22 เมษายน 2546
This entry is part 10 of 10 in the series วิถีสู่สันติภาพ

โลกจะไร้พรมแดนได้จริง ใจต้องไร้พรมแดน
จะไร้พรมแดนได้ ต้องให้มีการศึกษาที่ถูกต้อง

วันนี้ขอโอกาสพูดไว้ โดยเน้นในแง่ตัวเหตุปัจจัยที่จะต้องแก้ไขและหลักการที่จะต้องปฏิบัติ ส่วนในแง่ของวิธีดำเนินการคงยังไม่มีโอกาสจะพูด ข้อสำคัญอยู่ที่ว่า เมื่อคนรู้หลักการ และเข้าใจจนยอมรับกันดีแล้ว ต่อจากนั้นก็เป็นเรื่องของคนที่มีความสามารถจะพัฒนาวิธีการขึ้นมาบนฐานของหลักการนี้ ในด้านวิธีการนั้นหลายคนเก่ง แต่ต้องให้เขายอมรับหลักการก่อน เราจะเอาไหมว่า

๑. ต้องแก้ปัญหาเรื่องตัณหา มานะ ทิฏฐิ อย่างน้อย ๒ ข้อแรก ต้องเน้นโดยพยายามดำเนินมาตรการหรือวางกฎกติกาที่จะให้ดุลกับ ตัณหา มานะ ทิฏฐิ นั้นได้ หรือให้มันลดน้อยลงไป เพื่อให้อยู่ในขอบเขต เช่น ให้อยู่ในความเป็นธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบกันเป็นต้น และลึกลงไปอีกก็ถึงเรื่องทิฏฐิ ซึ่งแสดงออกที่ความใจแคบกีดกั้นกันต่างๆ

๒. ต้องหลุดพ้นจากอำนาจครอบงำของความหวงแหนกีดกั้น คือ มัจฉริยะ ๕ ประการ ที่พูดเป็นภาษาพระ คือ

๑) อาวาสมัจฉริยะ ความหวงแหนกีดกั้นในเรื่องที่อยู่อาศัย ท้องถิ่น ดินแดน

๒) ลาภมัจฉริยะ ความหวงแหนกีดกั้นในเรื่องผลประโยชน์

๓) กุลมัจฉริยะ ความหวงแหนกีดกั้นในเรื่องชาติวงศ์ พงศ์พันธุ์ เผ่าชน กลุ่ม พรรคพวก

๔) วัณณมัจฉริยะ ความหวงแหนกีดกั้นกันในเรื่อง ชั้น วรรณะ สีผิว

๕) ธรรมมัจฉริยะ ความหวงแหนกีดกั้นกันในเรื่องวิชาการ ความรู้ และผลสำเร็จทางภูมิธรรมภูมิปัญญา

จะต้องจับจุดให้ได้ และพัฒนามนุษย์ให้สลายความใจแคบเหล่านี้ โดยให้มีปฏิบัติการทางสังคมด้วยปัญญาที่รู้เท่าทันสมมติ

๓. ในด้านบวก ต้องสร้างความเป็นสากล ๓ ประการขึ้นมา โดยให้ยอมรับยึดถืออยู่ในใจตามความเป็นจริงในเรื่องเหล่านี้ คือ

๑) ความเป็นมนุษย์ที่สากล มองคนเป็นคน

๒) เมตตาความรักที่สากล

๓) กฎกติกาและความจริงที่เป็นสากล

ถ้าได้สากล ๓ อย่างนี้ และให้คนยอมรับถืออย่างเดียวกันแล้ว มนุษย์ก็หมดเครื่องแบ่งแยก เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ เมื่อความแบ่งแยกทางใจหมดไปแล้ว ความแบ่งแยกอื่นก็หายไปเอง แต่ถึงแม้ว่าการแบ่งแยกด้านนอกจะหายไป หากใจยังแบ่งแยกอยู่ ก็ไม่มีทางแก้เลย

ตกลงว่า มนุษย์เวลานี้บอกตัวเองว่าหมดเครื่องแบ่งแยกภายนอก เป็นโลกไร้พรมแดน แต่ที่แท้นั้นใจของเขาแสนจะแบ่งแยกกัน เพราะฉะนั้นโลกจึงไปไม่ไหว

จึงต้องแก้ให้คนมีใจไร้พรมแดน โดยพัฒนามนุษย์ด้วยการศึกษา เอา ศีล สมาธิ ปัญญา มาฝึกมาพัฒนาคนให้ก้าวไปสู่การสลายความขัดแย้ง ปลอดพ้นจากการแข่งขันแย่งชิงเบียดเบียนซึ่งกันและกัน นำโลกไปสู่สันติภาพและสันติสุข

ก็ขอให้ทำให้ได้อย่างที่ว่ามานี้ เริ่มตั้งแต่ขั้นต้นคือมาฟังหลักการ แล้วตรวจสอบพิจารณาว่า เราจะยอมรับไหม เมื่อยอมรับแล้วก็มาช่วยกันหาทางปฏิบัติตามหลักการนั้นต่อไป

อาตมาได้นำข้อคิดเกี่ยวกับหลักการต่างๆ ในทางธรรมมาเสนอ มาบอกกล่าว หรือมอบให้แก่ท่านสาธุชนทั้งหลาย โดยเฉพาะเริ่มต้นในวงสำคัญคือ ในวงของครูบาอาจารย์ที่จะเป็นผู้ตั้งฐานของเรื่องนี้ อย่างที่ได้บอกแล้วว่า ต้องแก้ด้วยการศึกษาชนิดที่แท้ ซึ่งพัฒนาคนให้หลุดพ้นจากกิเลสที่กีดกั้นแบ่งแยกทั้งหลาย

ดังนั้นครู อาจารย์ จะเป็นเจ้าของเรื่องนี้ต่อไป ถ้าปฏิบัติอย่างที่ว่ามานั้นได้จริง ก็เป็นครูอาจารย์ที่จะเป็นผู้สร้างสันติภาพต่อไป

การศึกษานั้นสัมฤทธิ์ผลเป็นสันติภาพ และสันติสุข ทั้งภายนอกและภายใน ทั้งในโลก ในสังคม และในจิตใจของทุกคน

จึงขอให้ทุกคนเจริญงอกงามในสันติที่มีความสุขมาพรั่งพร้อมด้วย ทั้งภายในและขยายไปภายนอก ให้เป็นความสุขและเป็นสันติที่เป็นสากล ขอจงมีความสุขสวัสดีทั่วกันทุกท่าน

วิถีสู่สันติภาพ

แค่ “สากล” สามประการ ที่เป็นเรื่องพื้นฐานธรรมดา ทำไมการศึกษาจึงยังพัฒนาคนไปไม่ถึง

No Comments

Comments are closed.