กฎกติกาก็รักษาไม่ได้ เสรีภาพก็เป็นช่องสนองความเห็นแก่ตัว แล้วจะเรียกร้องประชาธิปไตยจากที่ไหน

15 กันยายน 2545

กฎกติกาก็รักษาไม่ได้ เสรีภาพก็เป็นช่องสนองความเห็นแก่ตัว
แล้วจะเรียกร้องประชาธิปไตยจากที่ไหน

เมื่อเรามาทำเรื่องประชาธิปไตย ถ้าไม่มีจิตสำนึกต่อส่วนรวมอันนั้นอยู่ ก็สร้างสรรค์ประเทศชาติได้ยาก แม้แต่เสรีภาพก็กลายเป็นช่องทางที่จะสนองความเห็นแก่ตัว เวลานี้คนจำนวนมากมองเสรีภาพในแง่ที่จะสนองความเห็นแก่ตัว เพื่อตัวจะได้อะไรหรือทำอะไรได้ตามปรารถนา มันไม่ใช่เสรีภาพที่เป็นช่องทางหรือเป็นโอกาสในการที่จะไปร่วมสร้างสรรค์สังคม

เสรีภาพนี่รู้กันอยู่แล้วว่ามันสอดคล้องกับหลักการของประชาธิปไตยที่ว่า ต้องการให้ทุกคนมีส่วนร่วม

การที่ทุกคนมีส่วนร่วมก็เพื่อจะช่วยให้สังคมนี้อยู่ได้ และสังคมจะอยู่ได้ดีก็เมื่อแต่ละคนเป็นส่วนร่วมที่ดี คือทุกคนมีศักยภาพ มีความสามารถ มีสติปัญญา ซึ่งจะต้องฝึกต้องพัฒนาขึ้นไป

เมื่อแต่ละคนฝึกฝนพัฒนาดีแล้ว มีสติปัญญาความดีงามความสามารถ ก็นำเอาสติปัญญาความดีงามความสามารถนั้นไปเป็นส่วนร่วมที่สร้างสรรค์ทำประโยชน์ แล้วผลก็เกิดแก่ส่วนรวม คือทำให้สังคมอยู่ได้ด้วยดี

เสรีภาพจึงเป็นช่องทางให้

หนึ่ง แต่ละคนมีโอกาสพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้เต็มที่

สอง แต่ละคนนั้นมีโอกาสและสามารถนำเอาศักยภาพของตัวเองไปเป็นส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคม หรือไปแสดงออกในการที่จะช่วยกันทำให้สังคมส่วนรวมดำเนินก้าวไปด้วยดี

ถ้าเรามองอย่างนี้ เสรีภาพก็มีความหมายเป็นเชิงให้มากกว่า ไม่ใช่จะเอา แต่เวลานี้เรามองเสรีภาพในแง่จะเอา เป็นเสรีภาพเพื่อเอา เพื่อได้ ขัดกับความหมายที่แท้ของเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย ถ้าจะให้เข้ากับหลักการและวัตถุประสงค์ ความหมายของเสรีภาพจะเป็นไปในเชิงที่จะให้มากกว่าจะเอา

เวลานี้มีความขัดแย้งกันในตัวระหว่างระบบด้วย โดยเฉพาะระหว่างระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม กับ ระบบการเมืองการปกครองแบบประชาธิปไตย อันหนึ่งเน้นการเอาเพื่อตัวเอง อีกอันหนึ่งเน้นที่จะไปมีส่วนร่วมสร้างสรรค์

แต่ลัทธิเศรษฐกิจแบบทุนนิยมนี้ เขาจะอธิบายในแง่ว่า เมื่อแต่ละคนพยายามทำให้ได้ผลประโยชน์แก่ตัวเองมาก ผลดีก็เกิดแก่ส่วนรวมไปเอง เป็นไปเองโดยอัตโนมัติ นี่เป็นจุดเน้นในแนวคิดทุนนิยมของอเมริกัน แต่ทำอย่างไรจะให้มันสอดคล้องกันได้ดี ถ้าเรามองไปลึกๆ สังคมแบบนั้นเขาต้องมีการปลูกฝังความรับผิดชอบกันมาก การที่จะเอาเพื่อตัวเอง ต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์กติกา ต้องรักษากฎหมายได้จริงจังแน่นอน

สังคมของเรานี้เหมือนกับว่าจะไปเอาหลักเอาลัทธิของเขามา แต่ก็เอาไม่ได้จริง เหมือนอย่างที่พูดเมื่อวัน อย่างเรื่องการแสดงความเห็น เวลานี้ พูดกันนักเรื่องให้เด็กกล้าแสดงความเห็น เมื่ออยู่แค่นี้ก็เป็นการไปเอามาแค่ส่วนเดียว มันไม่เต็มตลอดกระบวนการที่ว่า จะต้องมีการหาความรู้เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนที่เราขาดมาก ทำนองเดียวกับการขาดจิตสำนึกต่อส่วนรวม ซึ่งเวลานี้เป็นไปทั่ว เพราะมัวไปติดเรื่องรูปแบบอะไรกันอยู่ หลักการที่แท้ก็เลยมองไม่เห็น หรือไม่เห็นเนื้อหาสาระและวัตถุประสงค์ที่แท้

ตั้งกระทรวงพุทธศาสนา เหตุผลที่แท้อยู่ที่ไหน

ถ้าไม่รีบแก้ไข สถาบันการศึกษา จะขัดขวางการพัฒนาประชาธิปไตย -๒- ผู้ใหญ่ มัวยึดถือพรรคพวกจนชาติศาสน์จะสลาย เพราะคิดแคบ ติดอยู่แค่ป้ายและชื่อ – มัวแต่พูดแต่คิดติดอยู่แค่ป้ายชื่อ เรื่องงานการปัญหาก็เลยไม่ได้เหลียวแล

No Comments

Comments are closed.