ชาวพุทธ ทั้งบ้าน ทั้งวัด ทั้งรัฐ ต้องทำให้มั่นใจว่าพระพุทธศาสนานี้มีมาเพื่อประโยชน์สุขของประชาทั้งปวง

15 กันยายน 2545

ชาวพุทธ ทั้งบ้าน ทั้งวัด ทั้งรัฐ ต้องทำให้มั่นใจว่า
พระพุทธศาสนานี้มีมาเพื่อประโยชน์สุขของประชาทั้งปวง

เคยพูดไว้นานแล้วว่า ถ้าจะมี พรบ.คณะสงฆ์ ก็ต้องจัดวางระบบที่ให้มั่นใจแน่ใจว่า จะให้บรรลุจุดหมาย ๓ อย่าง คือ

  1. ให้กฎหมายเป็นฐานรองรับพระธรรมวินัย ไม่ให้เกิดการเขวออกไปจากตัวหลักการใหญ่ของพระพุทธศาสนา
  2. เป็นเครื่องกำกับให้ผู้ที่บวชเข้ามาอยู่ในวัด ต้องได้เล่าเรียนศึกษา ให้พระสงฆ์ตั้งอยู่ในไตรสิกขา สมตามประเพณีบวชเรียน
  3. เป็นหลักประกันว่าวัดจะมีพระภิกษุสามเณรที่มีคุณภาพ สามารถสั่งสอนแนะนำ ให้วัดเป็นแหล่งแผ่ธรรมขยายปัญญา สู่ชุมชนและสังคม

สำหรับหน่วยงานของราชการที่ทำงานพระศาสนา จะเป็นกรมการศาสนา จะเป็นกระทรวงพระพุทธศาสนา หรือจะเป็นสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็ตาม ว่าโดยสรุปก็คงทำหน้าที่ใหญ่ ๒ อย่าง คือ

  1. คอยกั้น และช่วยดึงเอาพลเมืองร้ายของรัฐที่เข้าไปแอบแฝงทำลายพระพุทธศาสนาออกมาจากวัด
  2. คอยช่วยอุปถัมภ์ค้ำจุนถวายกำลังแก่วัดและพระสงฆ์ในการที่ท่านปฏิบัติบำเพ็ญกิจเพื่อประโยชน์สุขแก่ประชาชน

ข้อ ๒ นี้ต้องย้ำว่าอย่าให้พลาด คือไม่ใช่บำรุงพระสงฆ์เพื่อให้ท่านอยู่สุขสบาย แต่อุปถัมภ์ (อุปถัมภ์ แปลว่าค้ำจุน ไม่ได้แปลว่า โอบอุ้ม) ค้ำจุนให้ท่านได้สัปปายะ คือสภาพเอื้อที่จะบำเพ็ญธรรมทาน ให้ธรรมให้ปัญญาแก่ประชาชน

ชาวบ้านชาวเมืองก็เหมือนกัน การที่อุปถัมภ์บำรุงพระสงฆ์ก็ต้องให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์นี้

นี่เพราะอะไร? เพราะว่าพระพุทธเจ้าทรงมอบภารกิจให้พระสงฆ์ไว้แล้ว

“ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงจาริกไป เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่พหูชน เพื่อเกื้อการุณย์แก่ชาวโลก จงแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามตราบสุดท้าย…”

พุทธพจน์นี้ถือเป็นหลักหรืออุดมการณ์ในการทำหน้าที่ของพระสงฆ์ รัฐก็มาช่วยหนุนอย่างที่ว่าถวายกำลังแก่ท่าน

ทำไมพระเจ้าปเสนทิโกศล ราชาแห่งโกศลรัฐ จึงแสดงความเคารพรักพระพุทธเจ้าอย่างยิ่ง ถึงกับเสด็จเข้าไปจุมพิตพระบาทของพระพุทธเจ้า และประกาศความเคารพรักนั้น มีเหตุผลตามที่พระราชาตรัสไว้เองว่า

“หม่อมฉันสำนึกถึงความกตัญญูกตเวที จึงกระทำความเคารพนบนอบอย่างยวดยิ่งถึงอย่างนี้ ต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ถวายความนับถือด้วยใจรัก เพราะเหตุว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงปฏิบัติเพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่พหูชน ทรงทำให้ประชาชนดำรงอยู่ในทางดำเนินแห่งอารยชน กล่าวคือ ความมีกัลยาณธรรม ความมีกุศลธรรม”

พระพุทธจริยาที่พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงรำลึกพระคุณนี้ เป็นมาตรฐานแสดงความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับคณะสงฆ์ และเป็นเกณฑ์ที่จะวัดผลความสำเร็จของการมีหน่วยราชการ ไม่ว่าจะชื่อว่ากระทรวงพระพุทธศาสนา หรือสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือชื่อใดก็ตาม ตลอดจน พรบ.คณะสงฆ์ที่คิดจะตราออกมาต่อไปทั้งหมด

ตั้งกระทรวงพุทธศาสนา เหตุผลที่แท้อยู่ที่ไหน

จะตั้งหน่วยงานของรัฐ ต้องว่ากันให้ชัด จะให้รัฐร่วมเกื้อวัดด้านไหน

No Comments

Comments are closed.