- วิถีสู่สันติภาพ
- การเฉลิมฉลองที่สมควร และมีคุณค่า
- อย่าได้แค่วิจารณ์เขาว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ต้องคิดให้ดีด้วยว่าเราจะทำอย่างไร
- สันติภาพไม่ใช่แค่ท่องว่า เวรไม่ระงับด้วยการจองเวร แต่ต้องไปให้ถึงขั้นว่า ทำอย่างไรจะไม่ต้องจองเวร
- ถึงจะยากก็ต้องทำ คือต้องแก้ไขความอยากได้-อยากใหญ่-ใจแคบ
- ปมปัญหายิ่งซับซ้อนใหญ่โตยากนักหนา เมื่อตัณหา-มานะ-ทิฏฐิ ซ่อนแฝงไว้ซึ่งความกลัว-หวาดระแวง-ไม่ไว้ใจ
- แค่ทิฏฐิในเรื่องชาติพันธุ์ที่มีมานานนักหนา มนุษย์ก็ไม่ได้พัฒนาขึ้นมาเลย
- แค่ “รวมกันเราอยู่ แยกกันเราตาย” สร้างสันติภาพโลกไม่ได้ แต่ต้องรวมกันเป็นหมู่ สู่ความประสานเป็นสากล
- แค่ “สากล” สามประการ ที่เป็นเรื่องพื้นฐานธรรมดา ทำไมการศึกษาจึงยังพัฒนาคนไปไม่ถึง
- โลกจะไร้พรมแดนได้จริง ใจต้องไร้พรมแดน ใจจะไร้พรมแดนได้ ต้องให้มีการศึกษาที่ถูกต้อง
การเฉลิมฉลองที่สมควร และมีคุณค่า
การมีน้ำใจรักและปรารถนาดีที่แสดงออก อันเรียกว่า เมตตาธรรม นี่แหละเป็นการฉลองในตัวอยู่แล้ว จากเมตตาที่มีอยู่ในใจ เรียกว่า เมตตามโนกรรม ก็แสดงออกมาทางวาจา เป็นการพูด เรียกว่า เมตตาวจีกรรม แล้วก็แสดงออกในการกระทำกิจกรรมทั่วไปทางกาย เรียกว่า เมตตากายกรรม พอครบทั้ง ๓ นี้ก็บริบูรณ์
การที่ทางมหาวิทยาลัยจัดโครงการนี้ขึ้น ก็คิดว่าได้เจริญเมตตา คือไมตรีธรรมพร้อมทั้ง ๓ ประการ
ยิ่งกว่านั้น ในฐานะที่องค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เรียกได้ว่าทรงเป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยศรี- นครินทรวิโรฒ ทรงมีความสนิทสนมกับมหาวิทยาลัยมาก ได้ทราบว่าได้เสด็จมาที่มหาวิทยาลัยอยู่เสมอ เรียกว่ามีความผูกพันกับทางมหาวิทยาลัย การที่ทางมหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมครั้งนี้ ที่เป็นการฉลองพระชนมายุนั้น จึงเป็นเรื่องของความเหมาะสม หรือเป็นความสมควรอยู่ในตัวประการหนึ่ง
ยิ่งเมื่อมองกว้างออกไปทั้งสังคมไทย ในฐานะที่พระองค์ท่านทรงเป็นที่รักและได้ทรงทำประโยชน์ไว้แก่ประเทศชาติตลอดมา ถ้าใช้ภาษาพระก็เรียกว่า ทรงเป็นที่เลื่อมใสของประชานิกร ทางมหาวิทยาลัยก็ควรจะแสดงมุทิตาธรรมแด่พระองค์ ถวายให้เป็นการเฉลิมฉลอง เมื่อมองในแง่นี้ก็เป็นเรื่องที่น่าอนุโมทนา คือการฉลองครั้งนี้เป็นการถวายมุทิตาธรรม โดยสมควรแก่พระคุณความดีของพระองค์ ดังที่ได้ทราบกันอยู่เป็นอย่างดีแล้ว จึงขออนุโมทนา
โดยเฉพาะเรื่องที่โครงการจัดทำขึ้นครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นกิจกรรมทางธรรมทางปัญญา ที่จะส่งเสริมเพิ่มพูนความรู้ความคิด ความเข้าใจแก่สังคม นับว่าเป็นกุศลอย่างสูง ถ้าใช้ภาษาพระก็เรียกว่า ได้ทั้ง ปุญญัง และ ปัญญา
ปุญญัง ก็คือ บุญ และ ปัญญา ก็คือปัญญา แม้ว่าปัญญาจะเป็นบุญอย่างหนึ่งอยู่ใน ปุญญัง หรือ บุญ นั่นแหละ แต่ระบุแยกออกมา เพราะเป็นบุญอย่างพิเศษ ที่มานำทางและพัฒนาบุญอื่นๆ
รวมความว่า เรามาจัดกิจกรรมนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์ จะได้เป็นการฉลองที่มีคุณค่าแท้จริง

No Comments
Comments are closed.