พุทธศาสนาถูกทำลายขนาดนี้ บ้านเมืองโทรมถึงอย่างนี้ ยังจะปิดตาไม่ใช้และไม่ให้ปัญญากันอีกหรือ

15 กันยายน 2545

พุทธศาสนาถูกทำลายขนาดนี้ บ้านเมืองโทรมถึงอย่างนี้
ยังจะปิดตาไม่ใช้และไม่ให้ปัญญากันอีกหรือ

เมื่อพูดถึงเรื่องอย่างนี้ บางท่านที่ขี้ระแวงก็อาจจะหาว่านี่เป็นการพูดว่าพุทธศาสนาดีกว่าศาสนาอื่น ตรงนี้นี่แหละสำคัญ จะต้องแยกให้ถูก การเล่าเรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องของความรู้ ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นว่าจะต้องหาความรู้และให้ความรู้กัน การไม่หาความรู้นั่นสิเป็นความประมาทอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นหนทางแห่งความพินาศ

การรู้ว่าอะไรเป็นอะไร และเป็นมาอย่างไร ไม่ใช่การพูดว่าใครดีกว่าใคร ยิ่งถ้าใครคิดจะเอาอย่างฝรั่งให้จริง ก็ยิ่งต้องเน้นเรื่องการหาความรู้และให้ความรู้ และต้องทำให้ได้ถึงขั้นที่ว่าถกเถียงหาความรู้กันอย่างซื่อตรงเต็มที่ โดยไม่ตีกัน ไม่ทำร้ายกัน

ฝรั่งผ่านประสบการณ์ที่ขมขื่นยิ่งจากการบีฑาทางศาสนา และสงครามศาสนายาวนานเป็นพันปี กว่าจะดิ้นรนหลุดมาได้ ประสบการณ์ในการดิ้นรนนี้ ทำให้เขาได้สิ่งที่ดี อย่างน้อย ๒ อย่าง คือความรักเสรีภาพทางศาสนา และการใฝ่หาความรู้

แต่ก็จะต้องเข้าใจว่า ความรักเสรีภาพแบบฝรั่งนั้น เพราะภูมิหลังที่บีบคั้นกันมามาก ทำให้มีลักษณะเชิงลบ คือเป็นเสรีภาพที่เน้นด้านปกป้องตัวเอง คอยระแวงคอยกันหรือกลัวฝ่ายอื่นจะมาละเมิดต่อตนเอง หรือจะได้เปรียบเสียเปรียบกัน แล้วก็เน้นการใช้กฎกติกามาบังคับขีดเส้นกั้นกันไม่ให้ละเมิด

คนที่ยึดติดเสรีภาพทางศาสนาแบบฝรั่ง เวลาได้ยินป้ายชื่อศาสนานั้นนี้ ก็จึงหวาดระแวง และเกี่ยงว่าทำไมต้องศาสนานั้นศาสนานี้ ทำไมไม่มีชื่อศาสนานี้ด้วย บางทีถึงกับยกมาอ้างว่าประเทศอเมริกาเขาอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งที่ไม่รู้เรื่องของอเมริกาจริง ไม่รู้ทั้งปัจจุบันที่แท้ และไม่รู้ภูมิหลังของเขาเลย เป็นเพียงไปติดความคิดความรู้สึกแบบฝรั่ง ที่ระแวงระวังจะปกป้องตัวเองอย่างที่ว่าแล้วนั้น

คนไทยนี้มีเสรีภาพเชิงบวก แต่ไม่ชอบหาความรู้ ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่ร้ายแรง ยิ่งเมื่อคนอื่นเขามองเสรีภาพแบบระแวงระวังคอยปกป้องตัว คนไทยก็มีแต่หดถดถอย

ตั้งกระทรวงพุทธศาสนา เหตุผลที่แท้อยู่ที่ไหน

-๓- มองให้กว้าง จะได้คิดให้ไกล – จะเอาไหม ถอยไปเป็นแบบฝรั่ง ที่ต้องบังคับฆ่ากัน ก่อนจะมีประชาธิปไตย บาทหลวงบันทึกไว้ ไม่มีประเทศไหนในโลก ที่ศาสนาทั้งหลายอยู่ได้เสรีเท่าประเทศสยาม

No Comments

Comments are closed.