จะเป็นชาวพุทธจริง ต้องถือธรรมเป็นใหญ่ ไม่ใช่อยู่แค่เอาอัตตาออกมาตีกัน

15 กันยายน 2545

จะเป็นชาวพุทธจริง ต้องถือธรรมเป็นใหญ่
ไม่ใช่อยู่แค่เอาอัตตาออกมาตีกัน

เหมือนอย่างเราจะประชุม แล้วก็เอาวิธีประชุมแบบฝรั่งมา แต่เราขาดองค์ประกอบสำคัญในกระบวนการของการประชุม คือมนุษย์เรานี้ ถ้ามันไม่มีอะไรสูงเหนือตัวตน แล้วตัวตนของแต่ละคนจะขยายโตออกมา แล้วมันก็จะมาปะทะขัดแย้งกัน แล้วก็จบอยู่ที่นั่น เวลาคนประชุมกัน ถ้าไม่มีความใฝ่ปรารถนาต่อเป้าหมายที่สูง หรือหลักการใหญ่สักอย่างหนึ่ง พอมาแสดงความเห็นของแต่ละคน ถ้าคนอื่นแสดงความเห็นไม่ถูกใจเรา ไม่ตรงกับเรา เราก็โกรธ แล้วก็ขัดแย้งกัน เลยติดอยู่แค่นั้นเอง

แต่ในสังคมที่จะก้าวไปได้ เขามีสิ่งหนึ่งที่สูงเหนือตัวตน หรือสิ่งที่ต้องการซึ่งใหญ่กว่าตัวตน เช่นสังคมที่ใฝ่ความจริง ต้องการรู้ความจริง ต้องการได้หลักการที่แท้ ความใฝ่ต่อความจริงหรือความอยากได้อันนี้มันเหนือกว่าตัวตน ถึงอย่างไรก็ต้องเอาสิ่งที่หมายนั้นให้ได้ ตัวตนก็เลยเป็นเรื่องเล็กไป มันก็สยบตัวตนได้

ตัวอย่างสังคมญี่ปุ่น ที่เคยเอาชาติเป็นใหญ่ อะไรๆต้องเพื่อญี่ปุ่น พอบอกว่าเพื่อญี่ปุ่นเป็นใหญ่เอาทั้งนั้น เรื่องส่วนตัวก็ถูกสยบได้ กำลังมีเรื่องหรือผลประโยชน์ส่วนตัว ทะเลาะกัน ผลประโยชน์ส่วนตัวนั้นเล็กลงไปเลย ยอมลงกันได้หมด เพราะมีจุดรวมที่ใหญ่กว่า

แต่สังคมไทยเรานี้ ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรที่เป็นสิ่งใหญ่เหนือตัวตนของแต่ละคน ที่จะเป็นจุดรวมอันเดียวได้ ที่ทุกคนก็ใฝ่เหมือนกัน ก็เลยติดอยู่กับตัวตนของแต่ละคน แล้วตัวตนนั้นก็ขยายโตออกไปตีกันกระทบกันระเกะระกะไปหมด แต่ถ้าคนไทยมีอะไรสักอย่างหนึ่งที่ทุกคนใฝ่ปรารถนาร่วมกัน มันจะสยบตัวตนของแต่ละคนลงไปได้ ฝรั่งมีตัวนี้คือความอยากจะเข้าถึงตัวความจริงให้ได้ แล้วเพื่อให้ถึงความจริงนั้นก็จะยอม

ความจริงที่ฝรั่งต้องการนั้น ก็ไม่ใช่อะไรอื่น เขาจะถึงหรือยังไม่ถึงก็ตาม ก็อยู่ในคำว่า “ธรรม” นั่นเอง ที่จริงชาวพุทธไทยเสียอีกมีหลักชัดเจนอยู่แล้ว พระพุทธเจ้าสอนไว้นักว่าให้ถือธรรมเป็นใหญ่ ถือธรรมสูงสุด แต่คนไทยก็เถลไถลไปหาผีสางเทวดา ไปไม่ถึงไหน ในที่สุดก็มาจบแค่ผลประโยชน์ตน และอัตตาตัวตนของแต่ละคน

พวกฝรั่งนั้น ตัวตนของเขาก็สำคัญ แต่ความอยากเข้าถึงความจริงนี่มันใหญ่กว่าตัวตนไปได้ขั้นหนึ่ง ท่านไปจบปริญญาเมืองฝรั่ง ฝรั่งก็ถือตัวเหมือนกัน เขาก็จึงสามารถข้ามพ้นมาเห็นด้วยไหม

ทีนี้สังคมของเราไปเอารูปแบบแต่เพียงวิธีการประชุมบ้าง อะไรบ้างมา แค่นั้นไม่ได้เรื่องหรอก เรื่องนี้จึงน่าเป็นห่วง จะให้เด็กกล้าแสดงความเห็น เดี๋ยวได้ยินๆ มันไม่ครบกระบวน ต้องเน้นเรื่องการหาความรู้ อันนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ฝรั่งจะอุทิศเวลาให้กับการหาความรู้มากเหลือเกิน บางคนเพื่อจะรู้อะไรนิดเดียวแล้วอุทิศชีวิตทั้งชีวิตให้เลย ข้ามน้ำข้ามทะเลไปสุดขอบฟ้าก็ได้เพื่อความรู้อันเดียวนี่ ของเราไม่มี หายากเหลือเกิน ใช่ไหม

พระนวกะ: เริ่มมีแล้ว

พระธรรมปิฎก: เริ่มมีหรือ ต้องการหาความรู้จริงหรือ ถ้ามีได้ก็ดีสิ เอ คนรุ่นใหม่ๆ ไว้ใจได้หรือเปล่า อาจจะมีบ้าง ต้องแค่ว่ามีบ้าง เพราะว่าเท่าที่ทราบ เดี๋ยวนี้ครูบ่นกันมาก บอกว่าเด็กเดี๋ยวนี้อะไรยากหน่อยไม่สู้แล้ว หนักหน่อยไม่ว่าคิดหนักหรือทำหนัก ต้องใช้ความเพียรพยายาม ไม่เอาเลย เดี๋ยวนี้ครูบ่นกันอย่างนี้ ก็ดีถ้าเป็นอย่างที่ท่านว่า ก็เป็นนิมิตหมายที่ดี

ตั้งกระทรวงพุทธศาสนา เหตุผลที่แท้อยู่ที่ไหน

ถ้าจะเอาอย่างเขา ก็ต้องเอามาให้ครบกระบวน จะกล้าแสดงความเห็น ก็ต้องหาความรู้ให้เก่งด้วย -๔- ทุกฝ่ายต้องมุ่งจุดหมายสูงสุด พระพุทธศาสนาเพื่อประโยชน์สุขของประชาทั้งปวง – เรื่องที่ควรห่วงใย ไม่ใช่กลัวจะเป็นป้ายชื่อไหน ตั้งให้ตรงกับเรื่อง แล้วไปคิดว่าจะจัดการงานอย่างไร

No Comments

Comments are closed.