- คำนำ
- ปรัชญาการศึกษา ตามหลักพระพุทธศาสนา (มองจากภาคปฏิบัติ)
- — การศึกษาพุทธศาสนา บนพื้นฐานของความรู้แบบตะวันตก
- — หน้าที่ ๒ อย่างของครู
- — ความรู้ประเภทที่ ๑ : สุตศิลปหรือความรู้ที่เป็นอุปกรณ์
- — การศึกษาเริ่มต้นเมื่อคนเริ่มคิด
- — การคิดอย่างเสรี
- — ตัวอย่างจุดเริ่มต้นของความคิด ในด้านความสัมพันธ์กับวัตถุธรรม
- — ตัวอย่างจุดเริ่มต้นของความคิด ในด้านความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมทางสังคม
- — สรุปจุดเริ่มของความคิด หรือการมองความหมายและการตีค่า ๒ แบบ
- — ความรู้ประเภทที่ ๒ : ปัญญาหรือความรู้ที่เป็นตัวการศึกษา
- — อวิชชา – ตัณหา – อัตตา
- — การสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมฝ่ายวัตถุธรรม โดยวิถีทางของปัญญา
- — การสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมทางสังคม โดยวิถีทางของปัญญา
- — ปัญญาพ่วงด้วยกรุณาในจิตที่มีอิสรภาพ
- — กัลยาณมิตร จุดชนวนความคิด คือให้การศึกษา
- — การจัดการกับตัณหา
- — การศึกษากับแรงจูงใจ
- — ตัวอย่างต่างๆ ของกามฉันทะกับธรรมฉันทะ
- — ตัวอย่างของกามฉันทะและธรรมฉันทะ กับการปฏิบัติคุณธรรมทางสังคม
- — เสรีภาพที่แท้จริงมีอิสรภาพที่แท้เป็นพื้นฐาน
- — พุทธิศึกษาและจริยศึกษา กับ สุตศึกษาและศิลปศึกษา
- — พลศึกษาต้องหยั่งรากลงถึงจิตใจด้วย
- พระพุทธศาสนา กับการพัฒนาการศึกษา
- — ความผิดพลาดของการศึกษาเท่าที่ผ่านมา
- — ปัญหาเกี่ยวกับความหมายและความมุ่งหมายของการศึกษา
- — ความหมายของคำบัญญัติในทางการศึกษา
- — พระพุทธศาสนากับการพัฒนาการศึกษาในแง่เนื้อหาสาระ
- — ความซื่อตรงต่อกฎธรรมชาติ
- — คุณค่าแท้ คุณค่าเทียม
- — ปัญหาเกี่ยวกับแรงจูงใจ
- — ปัญญากับอิสรภาพ และกรุณา
- — หลักยืนของการศึกษาที่แท้
- — การศึกษากับประชาธิปไตย
- — ศิษย์ในฐานะที่เป็นผลผลิตและที่พิสูจน์สัมฤทธิผลของการศึกษา
การสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมทางสังคม
โดยวิถีทางของปัญญา
ทีนี้ หันไปมองสิ่งแวดล้อมประเภทที่ ๒ คือ สิ่งแวดล้อมในทางสังคมว่าเราจะเข้าไปเกี่ยวข้องโดยวิถีทางของปัญญาได้อย่างไร ในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมทางสังคม เราย่อมต้องการความสัมพันธ์ที่ดี ที่เกื้อกูลแก่เรา ความสัมพันธ์ที่ดีนั้น จะแสดงออกในรูปอย่างใด
จากตัวอย่างที่กล่าวมาแล้วในแง่ของตัณหาและอวิชชาจะเห็นว่ามันมีการมองแต่รูปลักษณ์ และเกิดปฏิกิริยาจากที่พัฒนาความคิดไปตามวิถีทางของตัณหา คือความพอใจและไม่พอใจความติดพันผูกรัด หรือความกระทบกระแทก วนเวียนและจำกัดแคบอยู่แค่ตัวเรากับตัวเขา
ทีนี้ ในแง่ของปัญญา ก็จะมีแต่กระแสความคิดเดินเรื่อยไปในตัวปัญหาหรือในสิ่งที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่มีตัวเราชนิดที่โผล่เข้ามากั้น และเรียกร้องเบนความสนใจออกไป เราจะเข้าใจชีวิตของผู้อื่น เราจะรับรู้เข้าไปในสุขทุกข์ของเขา เราจะรับรู้ปัญหาของเขา เมื่อเรารับรู้ปัญหา รับรู้สุขทุกข์ของผู้อื่นแล้ว เราจะมีจิตใจเปิดกว้าง เกิดความคิดเผื่อแผ่ คิดในทางที่จะช่วยเหลือเขาและคิดแก้ปัญหานั้น
จะเห็นได้จากตัวอย่างเมื่อกี้ สมมติว่าคุณครูมองเห็นศิษย์ที่มีปัญหา มีกิริยาท่าทางไม่น่าพอใจ ถ้าครูมองในแง่วิเคราะห์แก้ปัญหาก็จะคิดสืบสาวไปว่าศิษย์นั้นมีปัญหาชีวิตอย่างไร จิตใจที่จะคับแคบ ที่จะพอใจและไม่พอใจ ที่จะถูกลบหลู่อย่างในตอนต้นนั้นก็ไม่มี จิตใจที่ไม่ถูกบีบคั้น มันจะมีอิสรภาพ เมื่อจิตมีอิสรภาพแล้วจะมีความรู้สึกที่เป็นภาวะของคุณธรรมอย่างหนึ่ง คือ ความมีใจเปิดกว้าง ปลอดโปร่ง โล่งเบา พร้อมที่จะรับรู้เรื่องราวของชีวิตอื่นๆ พร้อมที่จะทำการเพื่อชีวิตอื่น ความคิดแผ่ออกไป เข้าถึงชีวิตจิตใจของผู้อื่น เคลื่อนไหวตามรู้ตามเห็นชีวิตจิตใจและปัญหาของเขา หาทางแก้ไขข้อติดขัดบีบคั้นให้เขา เป็นความคิดในทางเผื่อแผ่เกื้อกูล ช่วยเหลือผู้อื่น ภาวะนี้เรียกว่า กรุณา
No Comments
Comments are closed.