— เสรีภาพที่แท้จริงมีอิสรภาพที่แท้เป็นพื้นฐาน

14 กันยายน 2525

เสรีภาพที่แท้จริงมีอิสรภาพที่แท้เป็นพื้นฐาน

เท่าที่พูดมาแล้วก็ถือว่าเป็นจุดใหญ่ๆ หรือจุดสำคัญของการพูดในวันนี้แล้ว และในเรื่องเหล่านั้นก็ได้พูดถึงอิสรภาพและเสรีภาพที่แท้จริงด้วย อยากจะเน้นนิดหน่อยว่า อิสรภาพในความหมายที่แท้จริงของพระพุทธศาสนา ก็เริ่มต้นจากการศึกษาเช่นเดียวกัน คือจากภาวะความคิดในทางจิตใจ ซึ่งสัมพันธ์กับปัญญาที่เป็นคุณธรรมแกน เมื่อมีอิสรภาพที่แท้จริงแล้ว การแสดงออกมาก็เป็นเสรีภาพ เสรีภาพที่จะเป็นไปเพื่อแก้ปัญหาของมนุษย์อย่างแท้จริง เพราะมีปัญญาเป็นพื้นฐาน และจิตใจเรามีอิสรภาพก่อน เราไม่ถูกบีบคั้นเราไม่เป็นทาสของกิเลส เป็นต้น เราไม่เป็นทาสของความทุกข์ที่เป็นปมซ้อนอยู่ในตัวของเราเองแล้ว เราก็สามารถแสดงเสรีภาพออกมา และเสรีภาพของเรานั้นก็เป็นไปในทางที่จะเสริมสร้างคุณค่าแห่งชีวิตของมนุษย์ได้ เป็นไปในทางที่จะนำเอาความกรุณา ซึ่งเป็นคุณธรรม ออกเผื่อแผ่แก่ผู้อื่นในการแก้ปัญหา ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ต่อไป ฉะนั้นเสรีภาพในภาวะเช่นนี้ ที่มีอิสรภาพในใจเป็นพื้นฐาน จึงจะถือว่าเป็นเสรีภาพที่ถูกต้อง

แต่ถ้าหากจิตใจของเราเองไม่มีอิสรภาพ ไม่ได้ดำเนินมาในวิถีของปัญญา ก็จะกลายเป็นว่าเราตกเป็นทาสเองเสียก่อนแล้ว เราจะเป็นทาสของอะไร ๑. เราก็เป็นทาสของอวิชชา ๒. เราเป็นทาสของตัณหา และต่อไป ๓. เราก็เป็นทาสของปัญหาที่เป็นปมซ้อนในใจของเราเอง คือความทุกข์ ความทุกข์ของเราเองนั้นแหละจะเป็นปมซ้อน ทำให้เราแสดงออกในทางแก้ปมซ้อนปม หรือว่ากลบปมของตนเองในจิตใจ เสรีภาพแบบนี้มิใช่เป็นเสรีภาพที่แท้จริง มันเป็นเสรีภาพจากการที่มีปัญหาภายใน และแสดงออกมาเพื่อกลบเกลื่อนหรือระบายทุกข์ของตนเองเท่านั้น จะเป็นไปเพื่อการแก้ปัญหาของมนุษย์อย่างแท้จริงได้อย่างไร มันจะกลายเป็นเพียงการแสดงว่ามีเสรีภาพ ไม่ใช่มีเสรีภาพที่จะแสดง คือเป็นการแสดงออกถึงความเป็นทาส หรือการที่ว่าเราตกเป็นทาสของทุกข์ ตกเป็นทาสของอวิชชา ตกเป็นทาสของตัณหาแล้ว เราอยู่ในบงการของสิ่งเหล่านั้น ถูกบงการให้ทำการต่างๆ อย่างที่เรียกกันเองตามอาการข้างนอกว่าเสรีภาพ ซึ่งที่จริง ก็คือการแสดงออกของทาสที่สามารถทำตามบงการของนายได้อย่างเต็มที่ เราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่า เสรีทาส และเรียกภาวะเช่นนี้ว่า การเป็นทาสอย่างเสรี หรือเสรีภาพในการเป็นทาสนั้นเอง นี้ก็เป็นข้อพิจารณาอย่างหนึ่ง ในเรื่องความหมายของอิสรภาพและเสรีภาพ จะขอรีบผ่านเรื่องนี้ไปก่อน

ตอนก่อนหน้า/ตอนต่อไป<< — ตัวอย่างของกามฉันทะและธรรมฉันทะ กับการปฏิบัติคุณธรรมทางสังคม— พุทธิศึกษาและจริยศึกษา กับ สุตศึกษาและศิลปศึกษา >>

No Comments

Comments are closed.