ชุมชนเพื่อแบ่งคนให้เป็นกลุ่มที่จะแยกจากกลุ่มอื่น ที่จะมาขัดแย้งแย่งชิงกัน หรือชุมชนเพื่อรวมคนให้เป็นกลุ่มย่อยที่จะเข้ารวมกันเป็นกลุ่มที่ใหญ่ขึ้นๆ ต่อไป

6 สิงหาคม 2539

ชุมชนเพื่อแบ่งคนให้เป็นกลุ่มที่จะแยกจากกลุ่มอื่น ที่จะมาขัดแย้งแย่งชิงกัน หรือชุมชนเพื่อรวมคนให้เป็นกลุ่มย่อยที่จะเข้ารวมกันเป็นกลุ่มที่ใหญ่ขึ้นๆ ต่อไป

ถ้ากำหนดความหมายของชุมชนและสังคมได้ชัดเจนแล้ว การจัดสรรระบบแบบแผนในสังคม เช่นการปกครอง และเศรษฐกิจ ก็จะพลอยชัดเจนและถูกต้องไปด้วย เช่นในทางการปกครอง การสร้างชุมชนหรือสังคมขึ้น ก็จะมีความหมายในแง่ที่จะให้แต่ละคนมีโอกาสนำเอาศักยภาพสติปัญญาความสามารถออกมาร่วมสร้างสรรค์ระบบชีวิตที่ดีงามร่วมกัน และการจัดระบบชีวิตนั้นจะต้องมีจุดหมายสำคัญเพื่อเอื้อโอกาสให้แต่ละคนพัฒนาชีวิตของตนไปสู่ความดีงามและความสมบูรณ์ พร้อมกันนั้นแต่ละคนก็จะนำเอาศักยภาพของตนออกมาประสานเสริมซึ่งกันและกัน โดยบุคคลกับชุมชนก็จะหนุนซึ่งกันและกัน ระบบสังคมอย่างนี้คือแบบที่เราต้องการ

โดยนัยนี้ การจัดตั้งชุมชนและองค์กรต่างๆ จึงมีความหมายทั้งในแง่ประโยชน์ของบุคคล ที่จะสนองความต้องการของบุคคลในเชิงต่ำ คือเพื่อสนองความปรารถนาผลประโยชน์ และในเชิงสูงขึ้นมา คือเพื่อพัฒนาชีวิตขึ้นสู่ความสมบูรณ์ โดยมีความหมายในแง่ของประโยชน์ร่วมกันที่จะนำเอาศักยภาพมาร่วมกันสร้างสรรค์

ถ้ามองอย่างนี้ หลักการแห่งเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ ก็จะมาสอดคล้องกับความมุ่งหมายในการจัดตั้งชุมชนและจัดสรรสังคม

ที่สำคัญต่อจากนั้นไปอีกก็คือ เมื่อเราจัดตั้งชุมชนด้วยความเข้าใจอย่างนี้ ชุมชนก็จะเป็นสื่อเชื่อมบุคคลเข้ามาตามลำดับ คือจากบุคคลมาเป็นชุมชน แล้วชุมชนเล็กหรือองค์กรที่จัดตั้งนี้ก็จะเป็นสื่อกลางเพื่อนำมนุษย์มารวมกันเป็นสังคมใหญ่ทั้งโลก ซึ่งไม่ขัดแย้งกัน

เป็นอันว่า เมื่อมองในแง่นี้ ชุมชนเป็นตัวกลางที่จะเชื่อมบุคคลเข้ากับสังคมใหญ่ที่เป็นสากลทั้งโลก ถ้ามองชุมชนและสังคมในความหมายอย่างนี้ โลกก็จะมีสันติภาพได้ และคนจะต้องมองความหมายให้ถึงขั้นนี้ให้ได้ ถ้าไม่ถึงขั้นนี้สันติภาพก็ไม่มีทางเกิดขึ้น

เวลานี้ การรวมกันเป็นชุมชนของมนุษย์มักมีขึ้นเพื่อแบ่งแยกมนุษย์กลุ่มหนึ่งจากมนุษย์กลุ่มอื่น เมื่อมนุษย์รวมตัวกันตั้งขึ้นเป็นกลุ่มหนึ่งแล้ว แต่ละกลุ่มก็จะสนองความต้องการของแต่ละบุคคลโดยไปแย่งชิงจากกลุ่มอื่น ขณะนี้มนุษย์กำลังอยู่ในสภาพแบบนี้ อารยธรรมเท่าที่เป็นมายังไม่พัฒนาพ้นจุดนี้ไปได้

อารยธรรมที่จะบรรลุผลสำเร็จช่วยให้โลกมีสันติภาพ จะต้องมากับระบบชุมชนในความหมายที่เป็นตัวกลางเชื่อมบุคคลเข้ากับสังคมสากลของทั้งโลก โดยรวมจากย่อยขึ้นไปตามลำดับ จนเป็นทั้งโลก ถ้ามนุษย์พัฒนาจิตใจและพัฒนาปัญญาให้มองได้ถึงขั้นนี้ จึงจะมีความสอดคล้องกันระหว่างโลกาภิวัตน์ปัจจุบันที่ว่าโลกไร้พรมแดน ถึงกันหมดทางกายภาพกับจิตใจของมนุษย์ที่ไร้พรมแดนด้วย

เมื่อคนมีปัญญาที่เข้าใจความหมายของชุมชนอย่างที่ว่ามาแล้ว ภายในจิตใจที่ไม่จำกัดแบ่งแยกนั้นจึงจะสามารถแสดงออกทางด้านรูปธรรม ด้วยการจัดตั้งและจัดสรรชุมชนในลักษณะที่เป็นสื่อกลางที่จะช่วยประสานกันทั้งโลก นี้คือความหมายของสันติภาพในอีกแง่หนึ่ง

ตอนก่อนหน้า/ตอนต่อไป<< ถ้ายังไม่เข้าใจความหมายที่แท้ของชุมชนและสังคม คนก็จะใช้ชุมชนและสังคมนั่นแหละเป็นที่ทำลายสันติภาพการศึกษาเพื่อสันติภาพหรือไม่ เริ่มเห็นได้ที่ในครอบครัว >>

No Comments

Comments are closed.