ที่ใครว่าพระเจ้าเป็นอนัตตา คริสต์ไม่เอาด้วยหรอก คริสต์ตัวจริง คือที่ว่านิพพานเป็นอัตตา

1 มกราคม 2545

ที่ใครว่าพระเจ้าเป็นอนัตตา คริสต์ไม่เอาด้วยหรอก
คริสต์ตัวจริง คือที่ว่านิพพานเป็นอัตตา

ใน เอกสารประกอบการพิจารณาฯ ของเขาฉบับนี้ หน้า ๙๐ นายทหารทุจริตกลุ่มพวก พ.อ. บรรจง ได้นำเอา คล้ายๆ เป็นภาพตัดปกหนังสือถ่ายมา มีข้อความว่า “นิพพานคือดินแดนของพระเจ้าองค์เดียว ซึ่งเป็นอนัตตา” (มีตราประทับของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คงจะเป็นของห้องสมุด)

อันนี้ คือข้อมูลที่กลุ่มพวก พ.อ. บรรจง เอามาแสดง เพื่อจะให้คนเข้าใจผิด คิดว่าพระพุทธศาสนาสอนว่านิพพานเป็นอัตตา และให้หลงไปว่าทางฝ่ายคริสต์มาบอกว่านิพพานเป็นอนัตตา แต่ที่จริงคริสต์ไม่ได้ว่าอย่างนี้หรอก

อันนี้เป็นการที่กลุ่มพวก พ.อ. บรรจง ถูกอำพราง หรือไม่ก็เป็นการอำพรางของกลุ่มพวก พ.อ. บรรจง ซึ่งเรื่องจริงนั้นตรงข้ามกับที่เขาว่า

มีเอกสารตัวจริงซึ่งแสดงเป้าหมายที่แท้ของคริสต์ กลุ่มพวก พ.อ. บรรจง อาจจะได้ไป แต่ขยักไว้ หรืออาจจะไม่ได้ เพราะไม่ได้อยู่ในวงการที่รู้เรื่องจริง จึงได้แค่เอกสารปลายแถว (คือได้เอกสารที่เหลืออยู่กระเส็นกระสายจากที่ชาวพุทธแจกกัน เมื่อ ๑๙ ปีก่อนโน้น) ถ้าได้ไปแล้วเขาก็เจตนาปกปิดไว้ ไม่ให้ประชาชนรู้ความจริง

เอกสารตัวจริงที่บอกเป้าหมายที่แท้ของคาทอลิกนั้น ก็มีทั้งในหนังสือของ ดร. กีรติ บุญเจือ และในวารสารแสงธรรมปริทัศน์ สมัย พ.ศ. ๒๕๒๕ นั่นแหละ ในระยะมีเรื่องที่ชาวพุทธเราลุกขึ้นมาเคลื่อนไหว บอกกล่าวกันให้รู้การกระทำของบาทหลวง เป็นต้น ตามนโยบายของการประชุมใหญ่วาติกันที่ ๒ (Vatican Council II)

ทางคริสต์ที่เขาพยายามกลมกลืนหรือจะครอบพระพุทธศาสนานั้น ในเรื่องพระนิพพาน เขาทำ ๒ วิธี คือ

๑. เขาพยายามทำให้นิพพานเป็นอัตตา เหมือนพรัหมันของพราหมณ์หรือฮินดู

๒. เขาพยายามพูดให้เห็นเป็นว่า พระพุทธศาสนาสอนได้แค่อนัตตา แต่คริสต์ไปถึงอัตตาที่เหนือกว่านั้น

วิธีที่ ๑. จะเห็นตัวอย่างได้ในหนังสือชื่อ ปรัชญาอินเดียฯ ของ ดร. กีรติ บุญเจือ ดังข้อความ (หน้า ๑๐๑) ว่า “พรัหมัน ภาวะที่เป็นอัตตาใหญ่ครอบคลุมอัตตาย่อยทั้งหลาย….สวรรค์ (ของคริสต์ศาสนา) จึงน่าจะเป็นเรื่องเดียวกันกับนิพพานและพรัหมัน…”

วิธีที่ ๒. ดูได้ในวารสารแสงธรรมปริทัศน์ ซึ่งมีหน้าหรือคอลัมน์ที่ว่าด้วย “แนวการอธิบายคริสต์ศาสนาแก่ชาวพุทธ โดยใช้ศัพท์และหลักธรรมของพุทธศาสนา”

คราวหนึ่งเขาก็ยกเรื่องอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ขึ้นมาบอกว่า ของคริสต์ก็มี แต่เสร็จแล้ว คริสต์พูดไปๆ บอกว่า อนิจจัง คริสต์ก็สอน ทุกขัง คริสต์ก็สอน อนัตตา คริสต์ก็สอน แต่ของคริสต์นั้นเหนืออนัตตามีอัตตา อัตตานั้นเป็นสูงสุด

อย่างในนิตยสารของโบสถ์นักบุญยอแซฟ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ฉบับที่ ๘๗๓-๘๘๓, ๗ ก.ย.-๑๖ พ.ย. ๒๕๒๓ ก็มี ดังที่เขาเขียนว่า “พระเจ้าทรงใช้พระธรรมสร้างทุกสิ่ง…พระธรรมนั้นมาเกิดเป็นมนุษย์แท้ (หมายถึงพระเยซู) พระธรรมองค์นิจจัง สุข อัตตา มาเกิดเป็นมนุษย์ซึ่งอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เพื่อมนุษย์จะได้รับสภาพ นิจจัง สุข อัตตา จากพระธรรม พระธรรม (คือพระเยซู) เป็นบุตรองค์เดียวของพระเจ้า…อัตตาใหม่ที่ได้รับนี้พ้นจากบาป..เมื่อคริสตชนถึงแก่ความตาย อนัตตาก็สูญสิ้นไป เหลือแต่อัตตาในโลกุตตระ ซึ่งเป็นนิจจังและสุขอย่างสมบูรณ์…”

นี่แหละคือลัทธิของคริสต์ที่แท้จริง สอนให้ถืออัตตาอย่างนี้ เพราะคริสต์ถึงอย่างไรก็เป็นลัทธิแบบเดียวกับพรัหมันหรือปรมาตมัน เขายอมรับอนัตตาไม่ได้หรอก เขานับถืออัตตาคืออาตมันใหญ่ อัตตาสูงสุด เขาจะต้องถือว่าเขามีอัตตา ซึ่งเป็นลัทธิที่ตรงข้ามกับพุทธศาสนา

ใครที่พยายามเอานิพพานเป็นอัตตา ก็เห็นได้ชัดเลยว่าเข้าแนวเดียวกับศาสนาคริสต์ นี่แหละจะให้เชื่อว่ากลุ่มพวก พ.อ. บรรจง มีความจริงใจได้อย่างไร มีแต่จะต้องถามว่า พวกเขาทำการเท็จทุจริตนี้ทำไม ถ้าไม่ใช่เพื่อทำลายพระพุทธศาสนา และจะไม่ให้เราชาวพุทธมีสิทธิสงสัยได้อย่างไรว่า นายทหารทุจริตกลุ่มพวกนี้ทำงานสนองนโยบายของศาสนาอื่นหรือไม่

นี่แหละที่เขาเอานโยบายวาติกันที่ ๒ มาใช้ ขอให้ไปอ่านกันให้ได้ตัวจริง ควรจะต้องพิสูจน์ให้ชัด

พิสูจน์ความเป็นทหารหาญ ว่าจะเป็นผู้กล้าหาญจริงหรือไม่ ถ้ากล้าจริง เมื่อผิดก็ต้องยอมรับว่าผิด แล้วแก้ไขตัว เพื่อศักดิ์ศรีของตนเองก็ตาม เพื่อเกียรติภูมิของสถาบันกองทัพไทยก็ตาม และเพื่อเห็นแก่ประเทศชาติและพระศาสนาก็ตาม

อนุสติกถา การสารภาพกรรมทุจริต ของ ชมรม(เถื่อน)ชาวพุทธสามเหล่าทัพ

พ.อ. บรรจง ถึงจะหมดทางไป ก็ไม่ควรเอาสถาบันทหารไทยมาเหยียบย่ำ จับโน่นชนนี่โยงมาโยงไป จะทำลายธรรมที่เป็นหลักแกนใน เลยกลายเป็นประจานตัวว่าเป็นคนนอกศาสนา

No Comments

Comments are closed.